บุกค้นบริษัท WealthEver พบเป็นแค่บ้านพัก ไร้สินค้า ครอบครัวงงไม่รู้ถูกจดทะเบียน

a1_521เจ้าหน้าที่บุกค้นบริษัท WealthEver พบเป็นบ้านพักธรรมดา ไร้สินค้าใด ๆ ด้านเจ้าของบ้านยันไม่รู้ลูกสาวแอบไปจดทะเบียนไว้ ซ้ำไม่กลับบ้านมา 3 ปีแล้ว

ภายหลังจากมีข่าวการลอยแพลูกทัวร์ที่เตรียมจะไปญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560 ก่อนทราบว่าบริษัทดังกล่าวใช้ชื่อว่า WealthEver โดยมี ซินแสโชกุน เป็นหัวหน้าคณะ ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าบริษัทได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงถูกต้อง แต่ภายหลังทาง สคบ. ออกมายืนยันว่า ไม่เคยออกใบอนุญาตให้บริษัทดังกล่าวแต่อย่างใดนั้น (อ่านข่าว : สคบ. ออกโรงยันชัด บริษัท WealthEver ไม่ได้รับใบอนุญาตขายตรง !)

ความคืบหน้าเรื่องนี้ วันที่ 12 เมษายน 2560 เฟซบุ๊ก Top News Th
รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ ลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท WealthEver จำกัด เลขที่ 88/6 หมู่ 9 ต.หนองยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ พบว่า บริษัทดังกล่าวเป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียวแบบธรรมดาเท่านั้น และไม่ได้มีสินค้าใด ๆ ตามที่ระบุไว้ในการจดทะเบียน

ตรวจสอบ พบมีผู้อยู่อาศัย 2 คน ได้แก่ นายสุนทร สมัครกสิกรรณ์ อายุ 64 ปี และนางรวม สมัครกสิกรรณ์ อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นบิดา-มารดา ของ น.ส.ทัดดาว สมัครกสิกรรณ์ ผู้ถือหุ้นบริษัท WealthEver โดยทั้งสองคนรู้สึกตกใจที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เพราะไม่ทราบว่าลูกสาวได้ใช้บ้านไปจดทะเบียนเป็นรูปแบบบริษัท อีกทั้งไม่ทราบว่าลูกสาวทำงานอะไร เนื่องจากไม่ได้กลับบ้านมานานกว่า 3 ปีแล้ว และเพิ่งมาทราบข่าวว่าลูกสาวได้ไปโกงเงินจากชาวบ้านเป็นจำนวนมาก

ด้าน นายสุนทร เล่าอีกว่า บ้านหลังนี้เป็นชื่อของลูกสาว แต่ตนไม่ทราบว่ามีการนำไปจดทะเบียนเป็นบริษัท ถ้ารู้ก็จะคัดค้านแน่นอนเพราะไม่สนับสนุนเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว โดยที่ผ่านมาตนก็ไม่ทราบเรื่องใด ๆ และได้ประกอบอาชีพขุดมันสำปะหลัง ได้ค่าแรงวันละ 200 บาท

บุกค้นบริษัท WealthEver พบเป็นแค่บ้านพัก ไร้สินค้า ครอบครัวงงไม่รู้ถูกจดทะเบียน

a1_521

เจ้าหน้าที่บุกค้นบริษัท WealthEver พบเป็นบ้านพักธรรมดา ไร้สินค้าใด ๆ ด้านเจ้าของบ้านยันไม่รู้ลูกสาวแอบไปจดทะเบียนไว้ ซ้ำไม่กลับบ้านมา 3 ปีแล้ว

ภายหลังจากมีข่าวการลอยแพลูกทัวร์ที่เตรียมจะไปญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560 ก่อนทราบว่าบริษัทดังกล่าวใช้ชื่อว่า WealthEver โดยมี ซินแสโชกุน เป็นหัวหน้าคณะ ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าบริษัทได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงถูกต้อง แต่ภายหลังทาง สคบ. ออกมายืนยันว่า ไม่เคยออกใบอนุญาตให้บริษัทดังกล่าวแต่อย่างใดนั้น (อ่านข่าว : สคบ. ออกโรงยันชัด บริษัท WealthEver ไม่ได้รับใบอนุญาตขายตรง !)

ความคืบหน้าเรื่องนี้ วันที่ 12 เมษายน 2560 เฟซบุ๊ก Top News Th
รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ ลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท WealthEver จำกัด เลขที่ 88/6 หมู่ 9 ต.หนองยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ พบว่า บริษัทดังกล่าวเป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียวแบบธรรมดาเท่านั้น และไม่ได้มีสินค้าใด ๆ ตามที่ระบุไว้ในการจดทะเบียน

ตรวจสอบ พบมีผู้อยู่อาศัย 2 คน ได้แก่ นายสุนทร สมัครกสิกรรณ์ อายุ 64 ปี และนางรวม สมัครกสิกรรณ์ อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นบิดา-มารดา ของ น.ส.ทัดดาว สมัครกสิกรรณ์ ผู้ถือหุ้นบริษัท WealthEver โดยทั้งสองคนรู้สึกตกใจที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เพราะไม่ทราบว่าลูกสาวได้ใช้บ้านไปจดทะเบียนเป็นรูปแบบบริษัท อีกทั้งไม่ทราบว่าลูกสาวทำงานอะไร เนื่องจากไม่ได้กลับบ้านมานานกว่า 3 ปีแล้ว และเพิ่งมาทราบข่าวว่าลูกสาวได้ไปโกงเงินจากชาวบ้านเป็นจำนวนมาก

ด้าน นายสุนทร เล่าอีกว่า บ้านหลังนี้เป็นชื่อของลูกสาว แต่ตนไม่ทราบว่ามีการนำไปจดทะเบียนเป็นบริษัท ถ้ารู้ก็จะคัดค้านแน่นอนเพราะไม่สนับสนุนเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว โดยที่ผ่านมาตนก็ไม่ทราบเรื่องใด ๆ และได้ประกอบอาชีพขุดมันสำปะหลัง ได้ค่าแรงวันละ 200 บาท

สุดช้ำ เหยื่อทัวร์ญี่ปุ่นได้กระเป๋าใหม่จากลูก แต่กลับถูกลอยแพ ต้องนอนพื้นสนามบิน

1_5ผู้เสียหายทัวร์ญี่ปุ่นช้ำใจ เดินทางมาจากหลายจังหวัด บางรายลูกซื้อกระเป๋าเดินทางใหม่เอี่ยมให้ สุดท้ายกลับโดนหลอก สืบพบต้นตอเงินไปอยู่กับ ซินแสโชกุน

กลายเป็นประเด็นที่สังคมกำลังให้ความเห็นใจ กับกรณีที่มีผู้คนนับพันชีวิตหวังว่าจะได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ด้วยการจ่ายเงินซื้อทัวร์ราคาถูกเพียง 9 พัน-หมื่นกว่าบาท แต่กลับถูกลอยแพจนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560 ภายหลังทราบว่าหัวหน้ากรุ๊ปดังกล่าวคือ ซินแสโชกุน นั้น (อ่านข่าว : คลิปเสียงซินแสดัง ลั่น ยกเลิกทัวร์ญี่ปุ่น เพราะรวมตัวกันวุ่นวาย)
จากเรื่องนี้ วันที่ 12 เมษายน 2560 ยังคงมีการตีแผ่ความเดือดร้อนของประชาชนที่ถูกหลอกให้เสียเงินแต่ไม่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เสียหายบางส่วนยังคงรวมตัวกันที่บริเวณชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาออก ของสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากเดินทางมาไกลจากต่างจังหวัด ทำให้ไม่มีที่พักในกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็ต่างรอความชัดเจนรวมถึงความรับผิดชอบจากผู้ที่เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์นี้

ด้านลูกทัวร์กลุ่มหนึ่งเล่าว่า ตนเดินทางมาจากภาคใต้ ทั้ง จ.นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ซึ่งทุกคนต่างถูกชวนให้ไปเที่ยวจากคนรู้จักในพื้นที่ ก่อนจะไปชวนญาติพี่น้องให้รวมตัวกันมา โดยเสียเงินคนละประมาณ 9,000 บาท แต่ไม่ทราบข้อมูล หรือรายละเอียดการเดินทาง โดยผู้เสียหายบางรายเล่าว่า ลูกสาวซื้อกระเป๋าเดินทางใหม่มาให้ หวังให้ได้ไปเที่ยวแบบมีความสุข แต่สุดท้ายกลับพบว่าโดนหลอกให้เสียเงิน ไม่ได้ไปต่างประเทศตามที่ตั้งใจเอาไว้ ซ้ำยังต้องมานอนลำบากทนหนาวที่พื้นสนามบิน ทำให้รู้สึกเจ็บช้ำใจเป็นอย่างมาก

ขณะที่ผู้เสียหายอีกราย วัย 67 ปี เผยว่า มาจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งกลุ่มตนนั้นมากัน 11 คน จ่ายเงินคนละ 10,000 บาท ให้กับคนรู้จักที่ทำงานที่เป็นคนชวน แต่หลังจากที่ไม่ได้ไปเที่ยวตามที่ตกลง พอถามไปกลับบอกว่าไม่รับรู้ และให้ไปเรียกเงินคืนจากคนชื่อ อาจารย์โชกุน แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ ซึ่งตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ยังเผยคลิปของ อาจารย์โชกุน ที่ถูกส่งมาในกลุ่มไลน์ ระบุว่าใครไม่มาขึ้นเครื่องจะแจ้งความจับ แต่พอตนมากลับไม่ได้ไปเที่ยว และต้องอยู่ที่สนามบินมานานกว่า 1 วันแล้ว

สุดช้ำ เหยื่อทัวร์ญี่ปุ่นได้กระเป๋าใหม่จากลูก แต่กลับถูกลอยแพ ต้องนอนพื้นสนามบิน

1_5

ผู้เสียหายทัวร์ญี่ปุ่นช้ำใจ เดินทางมาจากหลายจังหวัด บางรายลูกซื้อกระเป๋าเดินทางใหม่เอี่ยมให้ สุดท้ายกลับโดนหลอก สืบพบต้นตอเงินไปอยู่กับ ซินแสโชกุน

กลายเป็นประเด็นที่สังคมกำลังให้ความเห็นใจ กับกรณีที่มีผู้คนนับพันชีวิตหวังว่าจะได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ด้วยการจ่ายเงินซื้อทัวร์ราคาถูกเพียง 9 พัน-หมื่นกว่าบาท แต่กลับถูกลอยแพจนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560 ภายหลังทราบว่าหัวหน้ากรุ๊ปดังกล่าวคือ ซินแสโชกุน นั้น (อ่านข่าว : คลิปเสียงซินแสดัง ลั่น ยกเลิกทัวร์ญี่ปุ่น เพราะรวมตัวกันวุ่นวาย)
จากเรื่องนี้ วันที่ 12 เมษายน 2560 ยังคงมีการตีแผ่ความเดือดร้อนของประชาชนที่ถูกหลอกให้เสียเงินแต่ไม่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เสียหายบางส่วนยังคงรวมตัวกันที่บริเวณชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาออก ของสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากเดินทางมาไกลจากต่างจังหวัด ทำให้ไม่มีที่พักในกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็ต่างรอความชัดเจนรวมถึงความรับผิดชอบจากผู้ที่เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์นี้

ด้านลูกทัวร์กลุ่มหนึ่งเล่าว่า ตนเดินทางมาจากภาคใต้ ทั้ง จ.นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ซึ่งทุกคนต่างถูกชวนให้ไปเที่ยวจากคนรู้จักในพื้นที่ ก่อนจะไปชวนญาติพี่น้องให้รวมตัวกันมา โดยเสียเงินคนละประมาณ 9,000 บาท แต่ไม่ทราบข้อมูล หรือรายละเอียดการเดินทาง โดยผู้เสียหายบางรายเล่าว่า ลูกสาวซื้อกระเป๋าเดินทางใหม่มาให้ หวังให้ได้ไปเที่ยวแบบมีความสุข แต่สุดท้ายกลับพบว่าโดนหลอกให้เสียเงิน ไม่ได้ไปต่างประเทศตามที่ตั้งใจเอาไว้ ซ้ำยังต้องมานอนลำบากทนหนาวที่พื้นสนามบิน ทำให้รู้สึกเจ็บช้ำใจเป็นอย่างมาก

ขณะที่ผู้เสียหายอีกราย วัย 67 ปี เผยว่า มาจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งกลุ่มตนนั้นมากัน 11 คน จ่ายเงินคนละ 10,000 บาท ให้กับคนรู้จักที่ทำงานที่เป็นคนชวน แต่หลังจากที่ไม่ได้ไปเที่ยวตามที่ตกลง พอถามไปกลับบอกว่าไม่รับรู้ และให้ไปเรียกเงินคืนจากคนชื่อ อาจารย์โชกุน แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ ซึ่งตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ยังเผยคลิปของ อาจารย์โชกุน ที่ถูกส่งมาในกลุ่มไลน์ ระบุว่าใครไม่มาขึ้นเครื่องจะแจ้งความจับ แต่พอตนมากลับไม่ได้ไปเที่ยว และต้องอยู่ที่สนามบินมานานกว่า 1 วันแล้ว

เผยยอดแจ้งความทริปซินแสโชกุน 470 ราย-กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จ่อแถลงบ่ายนี้

japan2กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เผยยอดคนแจ้งความคดีถูกลอยแพทริปญี่ปุ่น 470 คน ล่าสุดเดินทางกลับบ้านหมดแล้ว พร้อมเตรียมแถลงข่าวบ่ายวันนี้ (12 เม.ย. 2560)

วันที่ 12 เมษายน 2560 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ภายในสนามบินสุวรรณภูมิขณะนี้ ผู้เสียหายจากกรณีถูกลอยแพทริปเที่ยวญี่ปุ่นของซินแสโชกุนได้ทยอยเดินทางกลับกันหมดแล้ว ซึ่งเบื้องต้นมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความรวม 470 คน แต่เชื่อว่าจะมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มอีก โดยผู้เสียหายสามารถเข้าแจ้งความกับตำรวจท่องเที่ยวได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด และในขณะนี้ทางกระทรวงได้มีการเปิดสายด่วน 02-401-1111 เพื่อรองรับผู้เสียหายโทร. ร้องทุกข์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงจะมีการแถลงข่าวถึงเรื่องนี้ในวันนี้ เวลาประมาณ 13.00

เผยยอดแจ้งความทริปซินแสโชกุน 470 ราย-กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จ่อแถลงบ่ายนี้

japan2

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เผยยอดคนแจ้งความคดีถูกลอยแพทริปญี่ปุ่น 470 คน ล่าสุดเดินทางกลับบ้านหมดแล้ว พร้อมเตรียมแถลงข่าวบ่ายวันนี้ (12 เม.ย. 2560)

วันที่ 12 เมษายน 2560 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ภายในสนามบินสุวรรณภูมิขณะนี้ ผู้เสียหายจากกรณีถูกลอยแพทริปเที่ยวญี่ปุ่นของซินแสโชกุนได้ทยอยเดินทางกลับกันหมดแล้ว ซึ่งเบื้องต้นมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความรวม 470 คน แต่เชื่อว่าจะมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มอีก โดยผู้เสียหายสามารถเข้าแจ้งความกับตำรวจท่องเที่ยวได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด และในขณะนี้ทางกระทรวงได้มีการเปิดสายด่วน 02-401-1111 เพื่อรองรับผู้เสียหายโทร. ร้องทุกข์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงจะมีการแถลงข่าวถึงเรื่องนี้ในวันนี้ เวลาประมาณ 13.00

 

ยังจับไม่ได้ ซินแสโชกุน ล่องหน ตร. มั่นใจได้ตัววันนี้-คุมญาติ 5 คน สอบเค้น

600_105

ข่าวลอยแพนักท่องเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น ล่าสุดทางตำรวจเชิญญาติ ซินแสโชกุน มาสอบปากคำ เชื่อจะได้ตัวผู้ต้องหาภายในเย็นนี้ จ่ออายัดทรัพย์ต่อไป

กลายเป็นประเด็นร้อนในชั่วข้ามคืน สำหรับกรณีลอยแพลูกทัวร์ญี่ปุ่นจำนวนนับพันคน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อค่ำวานนี้ (11 เมษายน 2560) หลังมีการซื้อทริปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น จากบริษัท WealthEver โดยมี ซินแสโชกุน เป็นหัวหน้าคณะ ซึ่งต่อมาก็ได้มีชาวเน็ตออกโรงแฉว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ซินแสโชกุน ลอยแพนักท่องเที่ยว แถมเจ้าตัวยังเปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายครั้ง

คืบหน้าวันนี้ (12 เมษายน) ทาง พล.ต.ท. ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้แถลงข่าวให้ความมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมตัว ซินแสโชกุน ได้ก่อนเวลา 18.00 น. และเตรียมประสาน ปปง. อายัดทรัพย์สินต่อไป ซึ่งในตอนนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหาย และยังมีผู้ทยอยเดินทางเข้ามาแจ้งความกันอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดเวลา 14.00 น. มีรายงานข่าวจากกองปราบปรามว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จับกุมตัวกลุ่มญาติและเครือข่ายของซินแสโชกุน 5 ราย ขณะกบดานอยู่ที่จังหวัดระนอง ส่วนตัว ซินแสโชกุน นั้นยังหลบหนีไปได้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าน่าจะยังหลบหนีอยู่ในประเทศ จึงกำชับให้ด่าน ตม. เพิ่มการเฝ้าสังเกตการณ์บุคคลคนนี้ รวมถึงขึ้นบัญชีห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

ยังจับไม่ได้ ซินแสโชกุน ล่องหน ตร. มั่นใจได้ตัววันนี้-คุมญาติ 5 คน สอบเค้น

600_105

ข่าวลอยแพนักท่องเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น ล่าสุดทางตำรวจเชิญญาติ ซินแสโชกุน มาสอบปากคำ เชื่อจะได้ตัวผู้ต้องหาภายในเย็นนี้ จ่ออายัดทรัพย์ต่อไป

กลายเป็นประเด็นร้อนในชั่วข้ามคืน สำหรับกรณีลอยแพลูกทัวร์ญี่ปุ่นจำนวนนับพันคน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อค่ำวานนี้ (11 เมษายน 2560) หลังมีการซื้อทริปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น จากบริษัท WealthEver โดยมี ซินแสโชกุน เป็นหัวหน้าคณะ ซึ่งต่อมาก็ได้มีชาวเน็ตออกโรงแฉว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ซินแสโชกุน ลอยแพนักท่องเที่ยว แถมเจ้าตัวยังเปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายครั้ง

คืบหน้าวันนี้ (12 เมษายน) ทาง พล.ต.ท. ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้แถลงข่าวให้ความมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมตัว ซินแสโชกุน ได้ก่อนเวลา 18.00 น. และเตรียมประสาน ปปง. อายัดทรัพย์สินต่อไป ซึ่งในตอนนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหาย และยังมีผู้ทยอยเดินทางเข้ามาแจ้งความกันอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดเวลา 14.00 น. มีรายงานข่าวจากกองปราบปรามว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จับกุมตัวกลุ่มญาติและเครือข่ายของซินแสโชกุน 5 ราย ขณะกบดานอยู่ที่จังหวัดระนอง ส่วนตัว ซินแสโชกุน นั้นยังหลบหนีไปได้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าน่าจะยังหลบหนีอยู่ในประเทศ จึงกำชับให้ด่าน ตม. เพิ่มการเฝ้าสังเกตการณ์บุคคลคนนี้ รวมถึงขึ้นบัญชีห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

สมาคมทัวร์ชี้ รู้ล่วงหน้าแล้ว WealthEver ไม่ใช่บริษัททัวร์ หลังเหยื่อถูกลอยแพ

ee210091-
สมาคมทัวร์ เผยรู้ล่วงหน้ามาก่อน WealthEver ไม่ใช่บริษัททัวร์ ชี้เคยทำหนังสือแจ้งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ แล้ว แต่หวั่นหากเตือนไป ถ้าเที่ยวได้จริงจะกลายเป็นแจ้งข่าวสารผิด

ภายหลังจากที่มีข่าวมหกรรมลูกทัวร์ถูกลอยแพนับพันชีวิต กลางสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 เมษายน 2560 หลังซื้อทริปท่องเที่ยวไปโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในราคา 9,730-20,000 บาท กับทางบริษัท WealthEver จนเกิดความวุ่นวายโกลาหลขึ้นนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 12 เมษายน 2560 นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ อุปนายกสมาคมไทยบริการการท่องเที่ยว กล่าวว่า บริษัท WealthEver เป็นบริษัทขายตรงที่หากสมัครสมาชิกแล้วจะได้ไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งในเหตุการณ์ดังกล่าว สมาคมได้ทราบเรื่องมาในระยะหนึ่งแล้ว และได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้แจ้งเตือนหรือดูแลนักท่องเที่ยว ซึ่งในส่วนของสมาคมเองไม่สามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้า เพราะไม่มั่นใจว่ามีบริษัททัวร์ดังกล่าวจริงหรือไม่ เพราะหากจริง และสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ จะกลายเป็นการให้ข้อมูลข่าวสารที่ผิดพลาดกับผู้บริโภค

นอกจากนี้ บริษัทดังกล่าวยังได้มีการโฆษณาออนไลน์บนเว็บไซต์ ประกาศว่ามีทัวร์ไปญี่ปุ่นในราคาประมาณ 13,900 บาท ไปไต้หวันประมาณ 6,000 บาท ซึ่งถูกกว่าความเป็นจริงมาก อีกทั้งเมื่อสอบถามไปยังสนามบินที่จะใช้ในการเดินทาง คือ สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค ก็พบว่าไม่เป็นความจริง และทางสายการบินก็ได้ไปลงแจ้งความว่าบริษัท คาเธ่ย์แปซิฟิค ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแพกเก็จทัวร์ดังกล่าว

สมาคมทัวร์ชี้ รู้ล่วงหน้าแล้ว WealthEver ไม่ใช่บริษัททัวร์ หลังเหยื่อถูกลอยแพ

ee210091-
สมาคมทัวร์ เผยรู้ล่วงหน้ามาก่อน WealthEver ไม่ใช่บริษัททัวร์ ชี้เคยทำหนังสือแจ้งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ แล้ว แต่หวั่นหากเตือนไป ถ้าเที่ยวได้จริงจะกลายเป็นแจ้งข่าวสารผิด

ภายหลังจากที่มีข่าวมหกรรมลูกทัวร์ถูกลอยแพนับพันชีวิต กลางสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 เมษายน 2560 หลังซื้อทริปท่องเที่ยวไปโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในราคา 9,730-20,000 บาท กับทางบริษัท WealthEver จนเกิดความวุ่นวายโกลาหลขึ้นนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 12 เมษายน 2560 นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ อุปนายกสมาคมไทยบริการการท่องเที่ยว กล่าวว่า บริษัท WealthEver เป็นบริษัทขายตรงที่หากสมัครสมาชิกแล้วจะได้ไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งในเหตุการณ์ดังกล่าว สมาคมได้ทราบเรื่องมาในระยะหนึ่งแล้ว และได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้แจ้งเตือนหรือดูแลนักท่องเที่ยว ซึ่งในส่วนของสมาคมเองไม่สามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้า เพราะไม่มั่นใจว่ามีบริษัททัวร์ดังกล่าวจริงหรือไม่ เพราะหากจริง และสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ จะกลายเป็นการให้ข้อมูลข่าวสารที่ผิดพลาดกับผู้บริโภค

นอกจากนี้ บริษัทดังกล่าวยังได้มีการโฆษณาออนไลน์บนเว็บไซต์ ประกาศว่ามีทัวร์ไปญี่ปุ่นในราคาประมาณ 13,900 บาท ไปไต้หวันประมาณ 6,000 บาท ซึ่งถูกกว่าความเป็นจริงมาก อีกทั้งเมื่อสอบถามไปยังสนามบินที่จะใช้ในการเดินทาง คือ สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค ก็พบว่าไม่เป็นความจริง และทางสายการบินก็ได้ไปลงแจ้งความว่าบริษัท คาเธ่ย์แปซิฟิค ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแพกเก็จทัวร์ดังกล่าว