Category: ข่าวทั่วไป

สิ่งที่ทำให้เรารับรู้ว่าเราควรเปลี่ยนแปลงหรือสถานการณ์อย่างไรอาจจะเป็นแรงผลักดันชั้นดี

เรื่องของการปรับเปลี่ยนอาจจะเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากเมื่อเราจะมองเห็นได้ว่าในบางครั้ง เรามักจะรู้สึกไม่ปลอดภัยกับสิ่งที่เรากำลังก้าวเดินไปโดยไม่รู้ตัวแม้ว่าเราจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็ตามใจเราจะสันนิษฐานไว้ก่อนว่ามันคือเรื่องที่ทำให้เราต้องปรับตัว และการปรับตัวก็เป็นสิ่งที่ยากเสมอซึ่งเราอาจจะรู้จักอะไรหลายอย่างมาแล้วและพบได้ว่าการพยายามทำความรู้จักกับสิ่งที่เรากำลังทำนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยว่าน่าจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกเราได้ถึงความน่ากลัวที่จะมาถึงอันเป็นความผิดพลาดล้มเหลวที่เรากำลังจะต้องได้รับ เพราะว่าเราจะ ถูกด่า ถูกว่า หรือถูกโจมตี มันคือสิ่งที่มนุษย์ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง มนุษย์ปฏิเสธความล้มเหลวปฏิเสธความเจ็บปวดและความผิดหวังทุกอย่างที่เกิดขึ้นดังนั้นการปรับเปลี่ยนจึงเป็นสิ่งที่ยากได้ทว่ามันจะเกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งแรกของการลงมือทำเท่านั้น เราจะพยายามต่อหรือไม่เมื่อพบว่าสิ่งที่เรากำลังเปลี่ยนแปลงนั้นคือสิ่งที่ไม่ได้ช่วยให้เราประสบความสำเร็จอย่างที่หวังเพราะฉะนั้นทางออกสำหรับคนที่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้จึงแบ่งได้เป็น 2 ทางนั้นก็คือ หากเราไม่กลับไปใช้วิธีการแบบเดิมเราก็ย่อมจะมุ่งหน้าหาวิธีการใหม่ไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะสำเร็จ เพราะฉะนั้นแล้วความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการเปลี่ยนแปลงจึงไม่ใช่สิ่งที่เราต้องใช้พลังใจอย่างเดียวได้เพราะว่าเราจำเป็นจะต้องใช้หัวสมองในการคิดว่าอะไรคือสิ่งที่เรากำลังจะไปในขณะนั้นมันอาจจะเป็นเรื่องยากแต่การยอมรับว่าเราอาจจะเป็นอย่างที่เราคิดหรือไม่เป็นก็ได้แต่เป็นอย่างไรก็ตามสิ่งที่เรากำลังทำโดยปรารถนาความสำเร็จให้เกิดขึ้นนั้นย่อมจะเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่จะทำให้เราสามารถเดินหน้าไปยังเส้นทางที่เราไม่รู้จักฝ่าฟันความกลัวและความไม่แน่นอนไปได้ สิ่งที่ทำให้เรารับรู้ว่าเราควรเปลี่ยนแปลงหรือสถานการณ์อย่างไรอาจจะเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้เราต้องการจะพัฒนาตัวเองซึ่งแน่นอนว่ามนุษย์ต้องการจะพัฒนาเสมอ แม้ว่าจะเป็นการเล่นเกมคาสิโนออนไลน์viva9988ก็ตามเพราะว่าจะเห็นได้ว่าเกมเหล่านี้คือสิ่งที่เราจะพัฒนาได้อย่างไรในเมื่อผลของการเดิมพันมากจะเดิมพันกันด้วยโชคชะตาและความน่าจะเป็นในที่สุด แต่ทว่าสิ่งเหล่านี้มันจะมีช่องว่างเสมอ การบริหารการคำนวณการคิดในรูปแบบวิธีการใหม่ๆอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราจำเป็นจะต้องค้นหาเพื่อพบว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะสมกับเราแต่ทว่าปัญหานั้นก็คือ การออกเดินทางเพื่อพบกับสิ่งแปลกใหม่อาจไม่ใช่สิ่งที่เราคิดไว้ว่ามันดีกว่าเดิมเสมอไป เรากลับพบแล้วว่าในบางครั้งการที่เรานึกถึงวิธีการเก่าๆ ที่เคยใช้มาอาจจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าแต่ทว่าเรากลับเลือกที่จะหาเส้นทางใหม่อาจเป็นสิ่งที่เราต้องแลกด้วยกันเดิมพันกับเวลาความคิดสติปัญญาอย่างมากเลยทีเดียวได้ผลตอบแทนนั้นย่อมจะเป็นสิ่งที่คุ้มค่าเมื่อเราจะเห็นได้ว่าการบุกเบิกในวิธีการที่สำคัญจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถเปลี่ยนแปลงช่องว่างของการเดิมพันได้ เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงจำเป็นที่จะต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้ถึงสิ่งที่เราต้องการแม้ว่ามันจะมีความล้มเหลวเกิดขึ้นบ้างแต่ทุกอย่างนั้นหากท้ายที่สุดแล้วเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างกลับไปใช้วิธีการเดิมที่ดีอยู่แล้วนั่นอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา หลายคนอาจจะถามว่าการที่เราพยายามโดยไม่สำเร็จในเรื่องของการหาวิธีการใหม่ๆเหล่านี้คือความล้มเหลวอย่างหนึ่งหรือไม่? แน่นอนว่ามันย่อมจะเป็นความล้มเหลวอย่างหนึ่งแต่ทว่าความล้มเหลวในลักษณะนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่าเกลียดหรือเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้แต่อย่างไรเท่ากับว่ามันเป็นวิธีที่น่าชื่นชม ที่จะพบได้ว่าความล้มเหลวในลักษณะใด คือสิ่งที่ไม่สามารถใช้ได้ก็เพียงแค่ค้นพบสิ่งที่ไม่สามารถใช้ได้อีกหนึ่งวิธีเท่านั้น และเช่นกันที่ความล้มเหลวไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไปเราเพียงแต่ไม่สามารถค้นพบได้ในเร็ววันนี้และพยายามที่จะพัฒนาเพื่อมีประสิทธิผลของการเดิมพันต่อไปเราต่างรู้ดีถึงสิ่งที่เรากำลังทำมันอาจจะมีสิ่งที่ทำให้เราแปลกใจในผลที่เกิดขึ้น เมื่อเราปรับเปลี่ยนสิ่งที่เราทำไปเรื่อยๆเราอาจจะพบว่ามันมีสิ่งที่เป็นไปได้อยู่แม้เพียงเล็กน้อยก็ตามเราเพียงแค่ค้นพบสิ่งใหม่ๆที่เราไม่เคยรู้จักมาว่ามันจะมีอยู่ขึ้นมาก่อนแล้วแต่ทว่าการค้นพบด้วยตัวเองนั่นก็เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นไม่น้อยและนั่นอาจจะก่อให้เกิดความภาคภูมิใจเล็กๆว่าเราก็สามารถเป็นคนหนึ่งที่เห็นวิธีการเหล่านั้นได้ด้วยตัวเราเอง ไม่ใช่เพียงแค่การป้อนของข้อมูลที่เราเคยรู้มา หรือศึกษามาจากคนอื่น และนั่นเองที่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราหาสิ่งต่างๆต่อไปแม้ว่าจะยังคงใช้วิธีการเดิมที่ได้ผลก็ตาม คาสิโนออนไลน์อาจจะไม่มีอะไรใหม่ให้เราได้ค้นมากนัก แต่วิธีการเล่นกลับมีอีกหลายอย่างให้เราได้เลือกทำอย่างไม่รู้จบของเกมแต่ล่ะอย่างเช่นกัน

‘เก็บภาษี ช่วยใครบ้าง’ คำถามใหญ่สังคมไทย

ระบบภาษีไทยช่วยลดความเหลื่อมล้ำหรือไม่ คนไทยเสียภาษีน้อยไปหรือมากไป แล้วเงินภาษีที่เก็บได้ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เกิดประสิทธิผลอย่างทั่วถึงหรือไม่ วงเสวนาเรื่อง ‘อัดฉีด เก็บภาษี ช่วยใคร?’ จัดโดยโครงการติดตามเศรษฐกิจไทย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมหาคำตอบ ดร.ธร ปีติดล อาจารย์จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดการเสวนา ด้วยการตั้งคำถาม 3 ข้อ คือ 1) ภาษีไทยอยู่ตรงไหนในโลก 2) ภาษีไทยทุกวันนี้ ตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจอะไรบ้าง และ 3) ภาษีไทยควรจะไปทางไหน ซึ่งจากงานศึกษาของธนาคารโลก ทำให้พบว่า ภาษีรายได้บุคคลธรรมดาของไทยไม่ได้มีสัดส่วนมากนักและไม่ใช่รายได้หลักในระบบภาษีไทย และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยขั้นสูงสุดที่ร้อยละ 35 ก็อยู่ระดับกลางๆ ถึงแม้จะสูงกว่าฟิลิปปินส์ (ร้อยละ 32) อินโดนีเซีย (ร้อยละ 30) มาเลเซีย (ร้อยละ 28) สิงคโปร์ (ร้อยละ 22) ฮ่องกง (ร้อยละ 15) แต่ก็ต่ำกว่า ญี่ปุ่น (ร้อยละ 50) จีน (ร้อยละ 45) และเกาหลีใต้ (ร้อยละ 39) ขณะที่ อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลไทยสูงสุดที่ร้อยละ 20 ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคบางประเทศบ้าง แต่ก็มีสิทธิพิเศษทางภาษีในหลายด้าน โดยเฉพาะเพื่อการกระตุ้นการลงทุนผ่านการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก อย่างไรก็ตาม รายได้ภาษีหลักๆ ของประเทศไทยจึงมาจากภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT การปฏิรูปภาษีต้องอยู่บนฐานความโปร่งใส สร้างการยอมรับ เชื่อใจจากประชาชน ขณะที่ภาษีที่เก็บได้หลักๆ ของไทย มาจากฐานการบริโภค มาจากภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ในสัดส่วนมากถึงร้อยละ 57 sbobet แต่ก็มีข้อจำกัดจากการกระจายรายได้ ขณะที่สัดส่วนภาษีที่มาจากฐานเงินได้ มีร้อยละ 42 และที่น่าสนใจคือ ภาษีจากฐานทรัพย์สินสัดส่วนร้อยละ 1 เท่านั้น ทั้งที่ในทางเศรษฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ทุกคนทราบดีว่า ภาษี สามารถใช้เป็นเครื่องมือสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ หากมีการออกแบบที่ตอบโจทย์ดังกล่าว แต่ที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ประเทศไทยกลับใช้ภาษีเพื่อตอบโจทย์สำหรับกระตุ้นการลงทุนและการบริโภค ทั้งที่ในระยะหลังจะมีงานวิจัยระบุว่า สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนมีประสิทธิภาพน้อยลง ในเวลาที่ประเทศอื่นๆ ก็ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีพอๆ กับประเทศไทยหรือดีกว่าไทยแล้ว ดังนั้น ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่สูญเสียไปผ่านสิทธิประโยชน์ที่บีโอไอให้ปีละประมาณ 1.2-1.4 แสนล้านบาท จะตอบโจทย์ในปัจจุบันหรือไม่ แนะใช้ ‘ภาษี’ ลดความเหลื่อมล้ำ ด้าน ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ให้ความเห็นว่า สิ่งที่น่าสนใจคือ นโยบายการคลังจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างไร จะนำเงินออกจากกระเป๋าคนรวยให้ได้มากกว่ากระเป๋าคนจนได้อย่างไร เนื่องจากด้วยโครงสร้างภาษีปัจจุบัน คนที่รวยมีรายได้สูง เสียภาษีสูงสุดในอัตราร้อยละ 35 และกฎหมายยังให้แยกรายได้จากเงินปันผลได้ด้วย ดังนั้น การจ่ายภาษีของคนกลุ่มนี้จึงเสียน้อยกว่าร้อยละ 35 ดังนั้น ในภาพใหญ่ของระบบภาษีไทย คือ เงินยังออกจากกระเป๋าคนรวยได้อีก แต่เนื่องจากนโยบายการคลังที่นำรายได้รัฐไปใช้จ่ายในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับคนมีรายได้ เช่น สร้างทางด่วน สร้างรถไฟความเร็วสูง เป็นหมื่นเป็นแสนล้าน มากกว่าจะให้เงินอุดหนุนการศึกษาเด็กยากจน ทำให้เงินไม่ลงไปถึงคนข้างล่าง สิ่งเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น เพราะถ้าดูกันจริงๆ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่มาจากการบริโภคใช้จ่ายนั้น ร้อยละ 80 ออกมาจากกระเป๋าคนมีเงิน คนมีกำลังใช้จ่าย และออกมาจากกระเป๋าคนจนเพียงร้อยละ 20 ดังนั้นการประวิงเวลาการขึ้นแวต ในอีกด้านหนึ่งจึงเป็นการช่วยคนมีเงินมากกว่าช่วยคนจน ดังนั้นข้อเสนอของ ดร.สมชัย คือ เมื่อมีการขึ้นแวต ร้อยละ 10 ตามกฎหมาย รัฐควรทำในแบบขั้นบันได หรือกำหนดว่า รายได้จากภาษีนี้ครึ่งหนึ่งจะนำไปช่วยคนจน หรือสร้างบริการสาธารณะแก่คนจน เป็นต้น   ว่าที่ ร.อ. จิตร์ ศิรธรานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ถ้ารัฐจะเก็บภาษีแวตเพิ่มเป็นร้อยละ 10 ตามกฎหมาย ก็คาดว่า คนทั่วไปจะยินดีจ่าย แต่พวกเขาต้องมั่นใจว่า เงินภาษีที่จ่ายไปถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกใช้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช่ถูกใช้ไปจำนำข้าวขาดทุน 7-8 แสนล้านบาท หรือถูกใช้ไปซื้อเรือดำน้ำ หรือทำอะไรที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์  

สื่อนอกสงสัย ทำไมมีร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ เยอะมาก

สื่อต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่า ในสหรัฐฯ มีร้านอาหารไทยเปิดอยู่จำนวนมาก แม้ชาวไทยในสหรัฐฯ จะมีจำนวนไม่มากเท่าคนชาติอื่นก็ตาม และพบว่านี่เป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลไทยที่อยากให้อาหารไทยได้รับความนิยมเหมือนแมคโดนัลด์ สำนักข่าว Munchies/Vice กล่าวว่าอาหารไทยเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมที่ชาวนิวยอร์กนิยมซื้อกลับบ้านหรือสั่งแบบเดลิเวอรี เพราะทั้งอร่อยและสะดวก เนื่องจากร้านอาหารไทยมีตั้งอยู่แทบทุกหัวถนนในนครนิวยอร์ก และยังมีร้านอาหารตั้งอยู่ทั่วสหรัฐฯ อีกด้วย จนทำให้ชาวอเมริกันหลายคนเกิดความสงสัยว่า ทำไมจึงมีร้านอาหารไทยจำนวนมากเช่นนี้ แม้ร้านอาหารเม็กซิกันและจีนอาจมีจำนวนมากกว่าร้านอาหารไทย แต่จำนวนร้านอาหารทั้งสองชาติก็สอดคล้องกับจำนวนประชากรเม็กซิกันในสหรัฐฯ ที่มีประมาณ 36 ล้านคนและมีคนจีนอีกประมาณ 5 ล้านคน ซึ่งข้อมูลของสถานทูตไทยในสหรัฐฯ เปิดเผยว่ามีชาวไทยอเมริกันอยู่เพียง 300,000 คน หรือไม่ถึงร้อยละ 1 ของจำนวนชาวเม็กซิกันอเมริกัน แต่ร้านอาหารไทยมีประมาณ 5,350 ร้าน ส่วนร้านอาหารเม็กซิกันมีประมาณ 54,000 ร้าน แสดงให้เห็นว่าสัดส่วนร้านอาหารไทยต่อประชากรชาวไทยมีมากกว่าถึง 10 เท่า ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะอาหารไทยอร่อยและได้รับความนิยมมากในสหรัฐฯ แต่อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร้านอาหารไทยมีจำนวนมากก็คือการที่รัฐบาลไทยจ่ายเงินสนับสนุน โดยรัฐบาลพยายามเพิ่มจำนวนร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ในฐานะที่เป็นทูตด้านอาหาร เพื่อเพิ่มปริมาณการส่งออกและรายได้การท่องเที่ยว ในปี 2001 รัฐบาลไทยได้ตั้งบริษัทโกลบอล ไทย เรสเตอรองต์ จำกัด โดยมีเป้าหมายที่จะเปิดร้านอาหารไทยอย่างน้อย 3,000 แห่งทั่วโลก โดยนายกรพจน์ อัศวินวิจิตร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์  viva9988 ในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัยเคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเดอะวอลสตรีทเจอร์นัลว่ารัฐบาลหวังว่าเชนร้านอาหารไทยเหล่านี้จะเป็นเหมือน ‘แมคโดนัลด์แห่งวงการอาหารไทย’ แม้ร้านอาหารไทยเหล่านี้จะไม่ประสบความสำเร็จถึงขั้นเป็นแมคโดนัลด์ของอาหารไทย แต่นโยบายนี้ก็ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเพิ่มจำนวนร้านอาหารไทยในต่างประเทศ จากประมาณ 5,000 ร้าน เพิ่มิขึ้นมากว่า 15,000 ร้านทั่วโลก และรัฐบาลก็ยังคงให้เงินสนับสนุนต่อไป นอกจากนี้ ธนาคารไทยอีกหลายแห่งยังได้ให้เงินกู้กับชาวไทยที่ต้องการเปิดร้านอาหารในต่างประเทศด้วย Munchies ระบุว่ากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการมากกว่าคนในอุตสาหกรรมร้านอาหาร ได้ร่างแผนธุรกิจ ‘ร้านอาหารต้นแบบ’ ไว้ 3 แบบ เพื่อให้นักลงทุนเลือกแผนการเปิดร้าน ตั้งแต่เรื่องความสวยงามไปจนถึงเมนูอาหาร Elephant Jump จะเป็นร้านอาหารแบบลำลอง ราคาประมาณ 150 – 470 บาทต่อหัว Cool Basil เป็นร้านอาหารราคาปานกลาง 470 – 780 บาทต่อหัว Golden Leaf จะเป็นร้านอาหารที่มีการตกแต่งสวยงามแบบไทยโบราณ ราคาประมาณ 780 – 940 บาทต่อหัว นอกจากให้เงินสนับสนุนและวางแผนธุรกิจต้นแบบแล้ว กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังจับคู่นักธุรกิจและนักลงทุนชาวไทยและต่างชาติให้ได้พูดคุยกัน ทำวิจัยการตลาดเกี่ยวกับรสชาติอาหารที่ถูกปากคนแต่ละพื้นที่ และส่งตัวแทนจากสถาบันทำอาหารไทยได้อบรมให้เชฟในต่างประเทศด้วย เมื่อร้านอาหารไทยเปิดกันมากแล้ว รัฐบาลยังมีใบประกาศนียบัตร ‘Thai Select’ จากกระทรวงพาณิชย์เพื่อการันตีคุณภาพและความน่าเชื่อถือให้กับร้านอาหารไทยที่ผ่านเกณฑ์อีกด้วย จากนั้นกระทรวงพาณิชย์ก็จะแนะนำวิธีโปรโมตร้าน รวมถึงหารือว่ารัฐบาลจะช่วยสนับสนุนเรื่องวัตถุดิบสำหรับทำอาหารอย่างไรบ้าง เช่น การนำเข้าข่า น้ำปลา ข้าวไรซ์เบอร์รี ปัจจุบัน สหรัฐฯ กลายเป็นตลาดใหญ่สำหรับอาหารไทย โดยคนอเมริกันกลายเป็นกลุ่มลูกค้าที่ชอบอาหารทำจากกะทิไปจนถึงน้ำจิ้มสะเต๊ะ รัฐบาลไทยจึงพยายามจะตีตลาดพื้นที่ใหม่ๆ โดยเฉพาะตะวันออกกลาง โดยมีการตั้งเป้าว่าภายในปี 2020 ไทยจะขึ้นเป็น 1 ใน 5 ผู้ส่งออกอาหารฮาลาลด้วย

วันหยุดหรรษา ชมพู่ อารยา พาลูกแฝด สายฟ้า พายุ ว่ายน้ำครั้งแรก

เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีคุณภาพที่สุดของคุณแม่ซุปตาร์ ชมพู่ อารยา กับการพาลูกๆ ลงเล่นน้ำครั้งแรก และดูเหมือน สายฟ้า กับ พายุ จะชื่นชอบเอามากๆ ด้วย จากภาพจะเห็นว่า พี่สายฟ้า ดูมีความสุขสุดๆ ไปเลยกับการว่ายน้ำ  ส่วน น้องพายุ ก็ดูร่าเริงไม่แพ้คนพี่เพราะอยู่บนตักของแม่ชม และภาพดังกล่าวนอกจากจะโฟกัสไปที่ ลูกๆ เล่นน้ำในสระครั้งแรกแล้ว ยังได้เห็น แม่ชม ใส่ชุดว่ายน้ำแบบฉบับคุณแม่อีกด้วย เป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นจริงๆ บอกเลยว่าน่ารักและดูอบอุ่นมาก แม่ลูกผูกพัน   ทั้งนี้ จากข้อมูลของการให้เด็กทารกว่ายน้ำ มีประโยชน์มากมายคือสามารถสร้างทักษะที่ทำให้เด็กได้มีพัฒนาการทางด้านสมองและร่างกาย รวมถึงยังส่งผลทางด้านอารมณ์ทำให้เด็กมีอารมณ์ดี สดใสร่าเริง ไม่หงุดหงิดง่าย นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกการควบคุมของการประสานกล้ามเนื้อทุกส่วนอีกด้วย จะเห็นว่าปัจจุบันพ่อแม่รุ่นใหม่ต่างนิยมพาลูกไปว่ายน้ำ เพราะมีประโยชน์มากจริงๆ

สตรีหมายเลข 1 เปิด “ลานโบว์ลิ่งในทำเนียบขาว” รับเทศกาลอีสเตอร์ปีนี้

ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ประกาศวันจัดกิจกรรมประเพณีกลิ้งไข่อีสเตอร์ประจำทำเนียบขาว Easter Egg Roll ครั้งที่ 140 ซึ่งจะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 2 เมษายนนี้ ที่บริเวณสนามหญ้าฝั่งใต้ หรือ South Lawn ของทำเนียบขาว นอกจากจะมีกิจกรรมที่เป็นประเพณีดั้งเดิม ทั้งประเพณีกลิ้งไข่อีสเตอร์และการตามหาไข่อีสเตอร์ ซึ่งจะมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลและครอบครัวเข้าร่วม ในปีนี้สตรีหมายเลข 1 เมลาเนีย ทรัมป์ ได้เพิ่มความสนุกขึ้นอีกขั้น ด้วยการเพิ่มลานโบว์ลิงที่สนามหญ้าในปีนี้ด้วย sbobet ในปีนี้ทำเนียบขาวเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมทั้งสิ้น 30,000 คน เหมือนทุกปี ซึ่งประชาชนที่เข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ก็มาจากการจับฉลากไปเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งเด็กๆและผู้ปกครองที่เข้าร่วมทั้งหมดจะได้รับไข่อีสเตอร์จากทำเนียบขาวเป็นที่ระลึกกลับบ้านไปด้วย