ญาติคาใจการตาย เบิร์ด เซลส์แมน-แพทย์ไม่ฟันธงเสพยาเอง หรือถูกบังคับ

02_548

ญาติ เบิร์ด เซลส์แมน ไม่เชื่อเสพยาตาย-ไม่ได้ถูกทำร้าย ร้องขอความเป็นธรรม ด้านแพทย์ไม่ฟันธงเสพเอง หรือถูกบังคับให้เสพ ระบุ แผลที่ศีรษะและท้ายทอย ไม่ทำให้เสียชีวิต

จากกรณีนายรัติภูมิ พิมใจใส หรือ เบิร์ด เซลส์แมนขายรถ หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2559 ก่อนที่ต่อมาจะพบเป็นศพไร้ญาติอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช หลังถูกส่งมารักษาตัวนาน 10 วัน
ความคืบหน้าล่าสุด (7 กุมภาพันธ์ 2560) ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ รายงานว่า ที่คณะนิติเวชศาสตร์ รพ.ศิริราช พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผศ. นพ.วิศิษฎ์ วามวานิชย์ ผอ.รพ.ศิริราช รศ. นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ หัวหน้างานภาควิชานิติเวชศาสตร์ และ ผศ. นพ.ปภาณุ สิทธิประสิทธิ อาจารย์ภาควิชานิติเวชศาสตร์ ร่วมกันแถลงถึงคดีพบศพนายรัติภูมิเพื่อไขข้อข้องใจ โดยมีนายละเอียด พิมใจใส บิดาและญาติร่วมฟังการแถลงด้วย ซึ่งคณะแพทย์สรุปผลว่า จากการชันสูตรพลิกศพพบว่าผู้ตายไม่ได้ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต แต่เกิดจากสภาวะภายใน เช่น ตับไต ล้มเหลว อีกทั้งยังพบสารเสพติดอยู่ในร่างกายอีกด้วย แต่ไม่แน่ชัดว่าเสพมานานมากน้อยเท่าใด

ผศ. นพ.ปภาณุ กล่าวต่อว่า บาดแผลบริเวณศีรษะและท้ายทอย เป็นบาดแผลเล็กน้อย ไม่สามารถทำให้เสียชีวิต ส่วนอาการคลุ้มคลั่งที่พบในกล้องวงจรปิด อาจเกิดจากฤทธิ์ของสารแอมเฟตามีน แต่เกิดจากการเสพเองหรือถูกบังคับนั้น แพทย์ไม่สามารถบอกได้ อีกทั้งตลอด 10 วันที่แพทย์ให้การรักษา นายรัติภูมิไม่ได้สติ จึงต้องรักษาตามอาการที่เป็นอยู่ขณะนั้น
ด้าน พล.ต.ท. ศานิตย์ กล่าวว่า ในส่วนของคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่มีการอ้างว่าผู้เสียชีวิตขโมยมานั้น ในทางคดีเมื่อผู้กระทำผิดเสียชีวิต คดีจะถูกยกฟ้อง แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิสูจน์ทราบให้ได้ข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่อไป โดยที่วัดช่องลม หมู่ 4 ต.ไผ่กองดิน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ศพของนายรัติภูมิ พิมใจใส ได้เคลื่อนย้ายมาถึงวัด และได้มีการประกอบพิธีรดน้ำศพ โดยมีบรรดาญาติพี่น้อง กลุ่มเพื่อนของผู้ตาย และเพื่อนบ้านกว่า 200 คน เข้าร่วมในพิธีรดน้ำศพด้วยอาการโศกเศร้า

อย่างไรก็ตามในระหว่างพิธีรดน้ำศพนายรัติภูมิ ญาติเห็นว่าตำรวจยังไม่สามารถนำเหตุผลมาหักล้างข้อสงสัยต่าง ๆ อีกหลายข้อ รวมทั้งสภาพศพที่เห็นอยู่นั้นมีร่องรอยคล้ายถูกทารุณกรรมอยู่หลายจุด อาทิ รอยฟกช้ำดำเขียวตามร่างกาย บริเวณข้อมือมีลักษณะเป็นร่องคล้ายถูกกดทับด้วยกุญแจมือทั้ง 2 ข้าง และที่สำคัญข้อมือซ้ายกับแขนข้างเดียวกันมีรอยไหม้คล้ายกับถูกบุหรี่จี้

ทั้งนี้ในสื่อสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อมูลของนายรัตนชัย ญาติของเบิร์ด ที่ได้โพสต์ภาพศพของนายรัติภูมิ พร้อมข้อความระบุว่า นี่เหรอไม่ได้โดนทำร้าย ร่างกาย ใบหน้ามีแต่แผล ท่านว่าไงครับ ขอความเป็นธรรม #ช่วยกันแชร์ครับ

เพจดัง เผยคลิปเด็ดจากกล้องหน้ารถวิศวกร งานนี้ชี้ชัดใครเริ่ม

c6756e04-1e1d-45b4-8330-f39b459c5459

เพจดัง เผยคลิปเหตุการณ์จริงจากกล้องหน้ารถวิศวกร เป็นหลักฐานเด็ด-งานนี้ชี้ชัดใครเริ่ม !

ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงที่ยึดพื้นที่สื่อมาหลายวัน อีกทั้งคนในสังคมต่างก็ยังให้ความสนใจสำหรับกรณีที่โจ๋วัย 17 ถูกวิศวกรชักปืนยิงดับ หลังมีปากเสียงกันเรื่องรถจอดขวาง ต่อมากระแสในโลกโซเชียลต่างออกมาแสดงความคิดเห็นและกล่าวเห็นใจวิศวกรผู้ลงมือ เนื่องจากทำไปเพราะเห็นว่าครอบครัวอาจตกอยู่ในอันตราย ส่วนฝ่ายกลุ่มวัยรุ่นให้การว่าไม่ได้ทำร้ายครอบครัววิศวกรก่อนแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีหลักฐานยืนยันว่ากลุ่มวัยรุ่นเป็นฝ่ายเริ่ม

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ความคืบหน้าล่าสุด (8 กุมภาพันธ์ 2560) ที่เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กว่า ตนเองนั้นได้เห็นคลิปแล้ว ยืนยันว่าฝ่ายวิศวกรไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม โดยมีลูกเพจไม่ประสงค์ออกนามส่งมาให้ดู

หลังจากนั้นไม่กี่นาทีต่อมาเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวได้เผยคลิปเหตุการณ์ที่สามารถชี้ชัดได้เลยว่า กลุ่มวัยรุ่นเป็นฝ่ายที่กรูกันลงมาหาเรื่องก่อน ทั้งยังกล่าวด่าทอฝั่งวิศวกรด้วยถ้อยคำหยาบคาย มีคำพูดจากฝั่งวัยรุ่นว่า “มึงเก๋าเหรอ” อยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ดี หากไล่ย้อนในหน้าไทม์ไลน์เฟซบุ๊กของเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 จะพบว่า เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ได้มีการโพสต์ข้อความที่ระบุว่า เป็นความจริงจากทางฝั่งวิศวกรที่เล่าเรื่องเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น จนกระทั่งเกิดเหตุยิงกันจนมีผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ หลังจากคลิปและข้อความดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม โดยส่วนใหญ่บอกว่า ถ้าเป็นแบบนี้ เป็นใครใครก็ยิง

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4

ไทยแลนด์โอนลี่ ! ท่องเที่ยวฯ หัวใส ผุดไอเดียคิทแคทรสทุเรียน-มังคุด-มะขาม

123

กระทรวงการท่องเที่ยว หารือ เนสท์เล่ ออกไอเดียเด็ด ชวนทำคิทแคทรสผลไม้ไทย อาทิ ทุเรียน มังคุด มะขาม ตามแบบคิทแคทชาเขียวของญี่ปุ่น

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยหลังการประชุมหารือกับฝ่ายการตลาด บริษัทเนสท์เล่ ประเทศไทย ว่า ทางกระทรวงมีแนวคิดนำวัตถุดิบอาหารของไทยที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ มาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อขายให้นักท่องเที่ยว โดยอยากนำร่องด้วยการนำผลไม้ขึ้นชื่อที่มีสัญลักษณ์ความเป็นไทยชัดเจน และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว อาทิ ทุเรียน มังคุด มะขาม มาเป็นวัตถุดิบทำขนมคิทแคท แบบเดียวกับคิทแคทชาเขียวของญี่ปุ่น

ทั้งนี้ทางกระทรวงมองว่า หากมีสินค้ามาดึงดูดนักท่องเที่ยว ก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้น ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าควรเพิ่ม 10% ต่อคนต่อทริป โดยการหารือในครั้งนี้ ได้เชิญทางเนสท์เล่มาเพื่อขอคำแนะนำเรื่องแนวทางการตลาดต่าง ๆ ว่าจะสามารถพัฒนาสินค้าด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะด้านอาหาร เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเพิ่มขึ้นได้อย่างไรบ้าง และหากนำขนมคิทแคทมาทำให้มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ของไทย นักท่องเที่ยวมาเห็นก็จะรู้ว่าขนมนี้ต้องมาซื้อที่เมืองไทยที่เดียว ซึ่งทางฝ่ายการตลาดของเนสท์เล่ก็จะไปหารือกับฝ่ายต่าง ๆ อีกครั้งว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะต้องมีการประเมินปัจจัยอื่น ๆ ด้วย

อนึ่ง การที่กระทรวงสนใจพัฒนาสินค้าตัวนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่โปรโมทอาหารท้องถิ่นของไทย คือยังโปรโมทเหมือนเดิม โดยมองว่าในปีนี้เรื่องอาหารจะต้องทำการตลาดกันอย่างจริงจัง โปรโมทอาหารทุกระดับ ตั้งแต่อาหารข้างทางจนถึงอาหารแบบหรูหรา เพราะต้องยอมรับว่านักท่องเที่ยวที่มาไทย จะใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารกันเยอะมาก

เปิดข้อมูลเงินคงคลังลดฮวบ หลังมีข่าวรัฐถังแตก ด้าน ก.คลัง เตรียมชี้แจง

1.1_1

นักวิชาการเปิดเผยข้อมูลเงินคงคลังรัฐบาล พบเงินลดไปมหาศาล ซ้ำยังกู้เพิ่ม ด้านกระทรวงการคลังรับมีรายรับต่ำกว่าเป้า และเตรียมชี้แจงในวันนี้

จากกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลถังแตก จึงต้องปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินภายในประเทศ จนทำให้ พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องออกมาปฏิเสธ พร้อมเผยว่าเหตุผลที่ปรับขึ้นเพราะเป็นการสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี ส่วนรายได้ที่เกิดจากการเก็บภาษีนั้น รัฐจะคืนกลับแก่ประชาชนในหลากหลายรูปแบบ (อ่านข่าว : พล.ท. สรรเสริญ จี้รัฐไม่ได้ถังแตกขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบิน ได้ภาษีมาก็คืนให้ประชาชน)

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 อ.เดชารัตน์ สุขกําเนิด นักวิชาการจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Decharut Sukkumnoed ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ตอนเดือนกันยายน 2557 หลังจากรัฐบาล คสช. เข้ารับตำแหน่งใหม่ ๆ ตอนนั้นรัฐบาลมีเงินคงคลัง 495,747 ล้านบาท แต่ผ่านไป 2 ปีกว่า เงินคงคลังของรัฐบาล เหลืออยู่ 74,907 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ลดลงไป 420,840 ล้านบาท ยังไม่รวมที่รัฐบาล คสช. ได้กู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณอีก 744,187 ล้านบาท ซึ่งตนนึกไม่ออกว่า ถ้าได้รับโอกาสบริหารประเทศไปอีก 15 ปี ฐานะการคลังของประเทศจะเป็นอย่างไร

1.2_1
ทั้งนี้ หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทางกระทรวงการคลัง ได้ออกมาชี้แจง โดยระบุว่า เงินคงคลังลดต่ำลงในรอบหลายปีจริง เพราะมีการเบิกจ่ายงบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ มีการเร่งรัดหลายโครงการ ขณะที่รายรับต่ำกว่าเป้า จึงจำเป็นที่ต้องหารายได้เพิ่มจากการขึ้นภาษีเชื้อเพลิง และเตรียมชี้แจงอย่างเป็นทางการในวันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2560)

ปิกอัพยางแตกหลุดโค้ง ชนเสาไฟคนขับดับคาที่

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 6ก.พ. ร.ต.ท.พัชรี วงษ์บุษ รอง สว.(สอบสวน) สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถกระบะหลุดโค้งพุ่งข้ามเกาะกลางถนนชนเสาไฟฟ้าข้างทาง หน้าห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต ถนนวิชิตสงคราม ต.วิชิต และมีผู้เสียชีวิตติดคาซากรถ จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต

รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นถนนขาเข้าเมืองภูเก็ตพบรถกระบะโตโยต้าไฮลักซ์ สีน้ำตาล ทะเบียน บน 9672ภูเก็ต สภาพด้านหน้าอัดติดอยู่กับเสาไฟฟ้าพังยับเยิน ภายในรถพบร่างนายอรุณ กีกาศ อายุ 39 ปี ที่อยู่ 135/230 หมู่ 4 ต.ราไวย์ อ.เมืองจ.ภูเก็ตเลือดอาบร่างเสียชีวิตติดอยู่กับซากรถ หน่วยกู้ภัยได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตส่งรพ.วชิระภูเก็ต เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า

ก่อนเกิดเหตุรถกระบะคันดังกล่าวได้ขับมาจากสามแยกวัดนาคา ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ต.วิชิต มุ่งหน้ามายังสี่แยกดาราสมุทรเพื่อเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดไปยังพื้นที่ ต.กะทู้ แต่เมื่อมาถึงบริเวณโค้งตรงข้ามห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ตรถเกิดยางแตกเสียงดังลั่นถนน ทำให้เสียหลักหลุดโค้งพุ่งข้ามเกาะกลางถนนและชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง จนเป็นเหตุให้คนขับเสียชีวิตคาซากรถดังกล่าว อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง

วินาทีสุดช็อก เด็กวัย 14 ถูกเหวี่ยงกระเด็นจากเครื่องเล่นดับสยอง คนดูกรีดร้องสนั่น

zapark1 zapark2

วินาทีโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญ เด็กหญิงวัย 14 ปี ถูกเครื่องเล่นเหวี่ยงกระเด็นร่วงพื้น ต่อหน้าต่อตาคนดูที่พากันกรีดร้องด้วยความช็อก

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 เว็บไซต์มิเรอร์ เผยคลิปวิดีโอโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญจากสวนสนุก ซึ่งมีผู้ใช้กล้องโทรศัพท์มือถือบันทึกภาพเอาไว้ได้ จากคลิปจะเห็นว่าขณะที่เครื่องเล่น ที่ชื่อว่า Space Adventure กำลังหมุนตีลังกาอยู่นั้น จู่ ๆ ตัวเด็กหญิงก็หลุดออกมาจากเก้าอี้ ก่อนจะร่วงตกลงมาที่พื้นด้านล่าง ท่ามกลางนักท่องเที่ยวจำนวนหลายรายที่ยืนอยู่รอบ ๆ ต่างพากันส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจสุดขีด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่สวนสนุก Zhaohua Amusement Park ในเทศบาลนครฉงชิ่ง ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ในเวลาประมาณ 14.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยภายหลังเกิดเหตุ ผู้คนรีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือเด็กหญิงรายดังกล่าว แต่ร่างของเธอแน่นิ่งไม่มีอาการตอบสนองใด ๆ ก่อนที่ภายหลังจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทว่าไม่ทันกาล เด็กหญิงเสียชีวิตระหว่างทาง

พล.ท. สรรเสริญ จี้รัฐไม่ได้ถังแตกขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบิน ได้ภาษีมาก็คืนให้ประชาชน

600_39

พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด ปัดกระแสข่าวที่ว่ารัฐถังแตกจึงขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบิน ระบุทำเพื่อความเป็นธรรมในระบบภาษี ชี้รายได้รัฐในส่วนนี้จะนำคืนกลับสู่ประชาชนต่อไป

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลถังแตก จึงต้องปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินภายในประเทศ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะจากข้อมูลฐานะการคลังของรัฐบาล ณ เดือนธันวาคม 2559 ยังมีเงินคงคลัง ซึ่งเป็นตัวเลขที่หักลบรายได้และรายจ่ายแล้วคงเหลือทั้งสิ้น 74,907 ล้านบาท จึงสรุปได้ว่าฐานะการคลังของรัฐบาลยังอยู่ในระดับที่เข้มแข็ง

พลโท สรรเสริญ ระบุว่า เหตุผลในการปรับขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบิน คือ การสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี และเป็นไปตามกลไกตลาด เพราะการขนส่งทางถนน ผู้ประกอบการหรือผู้ใช้รถต้องเสียภาษีน้ำมันเบนซินในอัตรา 5-6 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร ขณะที่การขนส่งทางอากาศ ผู้ประกอบการเสียภาษีน้ำมันเครื่องบินเพียง 20 สตางค์ต่อลิตร ติดต่อกันมาถึง 24 ปีแล้ว รัฐจึงได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2560
ทั้งนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า จากการคำนวณต้นทุนของกรมสรรพสามิตพบว่า การปรับขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินครั้งนี้จะทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 50 บาท ไม่น่าจะถึง 150 บาทต่อเที่ยว ส่วนรายได้ที่เกิดจากการเก็บภาษีนั้น รัฐจะคืนกลับแก่ประชาชนในหลากหลายรูปแบบ เช่น การซ่อมแซมถนน สะพาน ระบบจราจร รวมทั้งการปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ลานบิน ระบบความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม สำหรับอุตสาหกรรมการบิน ดังนั้น การกล่าวอ้างว่าการใช้บริการเครื่องบิน ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือการคืนกลับให้แก่สังคมนั้น จึงฟังไม่ขึ้น

พล.ท. สรรเสริญ จี้รัฐไม่ได้ถังแตกขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบิน ได้ภาษีมาก็คืนให้ประชาชน

600_39

พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด ปัดกระแสข่าวที่ว่ารัฐถังแตกจึงขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบิน ระบุทำเพื่อความเป็นธรรมในระบบภาษี ชี้รายได้รัฐในส่วนนี้จะนำคืนกลับสู่ประชาชนต่อไป

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลถังแตก จึงต้องปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินภายในประเทศ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะจากข้อมูลฐานะการคลังของรัฐบาล ณ เดือนธันวาคม 2559 ยังมีเงินคงคลัง ซึ่งเป็นตัวเลขที่หักลบรายได้และรายจ่ายแล้วคงเหลือทั้งสิ้น 74,907 ล้านบาท จึงสรุปได้ว่าฐานะการคลังของรัฐบาลยังอยู่ในระดับที่เข้มแข็ง

พลโท สรรเสริญ ระบุว่า เหตุผลในการปรับขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบิน คือ การสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี และเป็นไปตามกลไกตลาด เพราะการขนส่งทางถนน ผู้ประกอบการหรือผู้ใช้รถต้องเสียภาษีน้ำมันเบนซินในอัตรา 5-6 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร ขณะที่การขนส่งทางอากาศ ผู้ประกอบการเสียภาษีน้ำมันเครื่องบินเพียง 20 สตางค์ต่อลิตร ติดต่อกันมาถึง 24 ปีแล้ว รัฐจึงได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2560
ทั้งนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า จากการคำนวณต้นทุนของกรมสรรพสามิตพบว่า การปรับขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินครั้งนี้จะทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 50 บาท ไม่น่าจะถึง 150 บาทต่อเที่ยว ส่วนรายได้ที่เกิดจากการเก็บภาษีนั้น รัฐจะคืนกลับแก่ประชาชนในหลากหลายรูปแบบ เช่น การซ่อมแซมถนน สะพาน ระบบจราจร รวมทั้งการปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ลานบิน ระบบความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม สำหรับอุตสาหกรรมการบิน ดังนั้น การกล่าวอ้างว่าการใช้บริการเครื่องบิน ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือการคืนกลับให้แก่สังคมนั้น จึงฟังไม่ขึ้น

‘ยิ่งลักษณ์’ ขึ้นศาลสืบพยานฝ่ายจำเลยนัด 11 คดีจำนำข้าว

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมทีมทนาย เดินทางมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อขึ้นสืบพยานฝ่ายจำเลยนัดที่ 11 ในคดีโครงการรับจำนำข้าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยมีบรรดาอดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรคและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) อาทิ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายวราเทพ รัตนากร

อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรค ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น เป็นต้น ร่วมให้กำลังใจ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จำนวน 1 กองร้อย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการขอทุเลาคำสั่งทางปกครองในการยึดทรัพย์คดีจำนำข้าวต่อศาลปกครองว่า ขณะนี้ผู้ถูกฟ้องขอเลื่อนคำโต้แย้งให้การต่อศาลคงต้องรอหลังจากที่ผู้ถูกฟ้องแก้คำโต้แย้งแล้วเสร็จใน 30 วัน

ซึ่งศาลปกครองคงจะนัดมาอีกครั้ง ขณะเดียวกันตนก็ต้องทำคำชี้แจงเพิ่มเติมต่อศาลและได้ส่งคำชี้แจงไปแล้ว โดยรายละเอียดที่ส่งไปชี้แจงว่า คดียังอยู่ในการไต่สวนของคดีอาญาและศาลปกครองได้รับคำร้องไว้แล้ว แต่ขณะนี้กรมบังคับคดีจะต้องดำเนินตามคำสั่งมาตรา 44 ที่จะให้เข้ามายึดและอายัดทรัพย์ได้ทันที เรื่องนี้ทำให้ตนมีความลำบากมากเนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุด ทั้งที่ยังไม่รู้ผลคดีอาญาก็จะเป็นการชี้นำ เมื่อถามว่า คดีจำนำข้าวใกล้ถึงที่สิ้นสุด มั่นใจหรือไม่ว่าจะชนะคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ได้ทำอย่างเต็มที่ และพยานทุกปากที่นำมาสืบต่อหน้าศาลได้ทำอย่างเต็มที่ โดยชี้แจงทุกข้อกล่าวหา ส่วนผลจะเป็นอย่างไรอยู่ที่ดุลยพินิจขององค์คณะ คงไม่สามารถพูดอะไรได้

ที่มาของข้อมูล:กรุงเทพธุรกิจ

จีนพบแมลงยักษ์ลำตัวยาวกว่า 40 เซนติเมตร… ขยี้ตาแป๊บ นี่มันกิ่งไม้ชัด ๆ

longinsect1

ดูให้ดี นี่ไม่ใช่กิ่งไม้ แต่เป็น แมลงกิ่งไม้ขนาดยักษ์ ลำตัวยาวมากกว่า 40 เซนติเมตร ถูกพบในอุทยานแห่งชาติทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นในพื้นที่

การพรางตัวของสัตว์ให้ดูกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อความอยู่รอด หรือเพื่อหลอกล่อเหยื่อ ล้วนนับว่าเป็นความสามารถพิเศษที่ทำให้บรรดามนุษย์อย่างเรา ๆ รู้สึกอัศจรรย์ใจมาแล้วหลายต่อหลายครั้งด้วยกัน เช่นเดียวกับแมลงยักษ์ตัวนี้ที่เรียกกันว่า แมลงกิ่งไม้ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าจะต้องเหมือนกิ่งไม้อย่างแน่นอน แต่ที่น่าตกใจก็คือ ไม่คิดว่านอกจากลักษณะภายนอกคล้ายแล้ว ลำตัวมันยังจะยาวเหมือนกับกิ่งไม้เป๊ะเลย

โดยเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 เฟซบุ๊กสำนักข่าวพีเพิลส์เดลี่ของจีน ได้เผยภาพชวนอึ้งของแมลงกิ่งไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ วัดความยาวของลำตัวได้มากถึง 40 เซนติเมตร โดยเพิ่งถูกพบที่อุทยานแห่งชาติ Puer Sun River ในมณฑลยูนนาน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา
โดยแมลงกิ่งไม้ขนาดยักษ์นี้ สร้างความตื่นตาและประหลาดใจให้กับผู้ที่ได้เห็นเป็นอย่างมาก โดยมันถูกเรียกว่าเป็นแมลงกิ่งไม้ที่ใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยมีการพบเห็นมาก่อนภายในพื้นที่ดังกล่าวเลยทีเดียว