Category: การสร้างความมั่นใจ

ความมั่นใจของลูก1

9 วิธีช่วยทำให้ลูกเป็นเด็กที่มีความมั่นใจในตัวเอง

เมื่อลูกเป็นเด็กไม่มีความมั่นใจหรืออายที่จะแสดงออก ไม่มีความนับถือในตัวเอง พ่อแม่หลายคนคงไม่อยากเห็นลูกเป็นเช่นนั้นแน่นอน เมื่อคุณเห็นว่าลูกขาดความเชื่อมั่น คุณต้องหาวิธีดึงความเชื่อมั่นในตัวเองของลูกออกมาให้ได้ โดยใช้วิธีการต่างๆเหล่านี้… 1. รับรู้ความรู้สึกของลูก หากลูกของคุณเหมือนมีปัญหาอะไรในใจ คุณควรพร้อมจะรับรู้และพร้อมแชร์ความรู้สึกนั้นๆกับลูกด้วยค่ะ 2. ช่วยเปิดความคิดความเชื่อมั่นให้กับลูก เด็กบางคนอาจจะมีความเชื่อมั่นบางอย่างที่เป็นสิ่งที่ไม่ควร หรือไม่สามารถทำให้เป็นไปตามนั้นได้ คุณควรเปิดความคิด หรือ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแบบใหม่ให้ลูกเดินไปในทางที่ดีขึ้นได้ค่ะ 3. ห้ามเปรียบเทียบเด็ดขาด การเปรียบเทียบความดีของเด็กแต่ละคนเป็นเรื่องเลวร้ายมาก เด็กจะขาดความเชื่อมั่นและการนับถือตัวเองทันที 4. สอนลูกคิดบวก พยายามสอนความคิดเชิงบวกให้ลูก ถ้าลูกเชื่อมั่นว่าลูกสามารถเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างให้ดีขึ้นได้ หรือ เชื่อว่าตัวลูกสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ ก็จะทำให้ลูกมีความเชื่อมั่นในตัวเองได้ค่ะ 5. กล่าวคำชื่นชม คุณควรกล่าวคำชื่นชมเมื่อลูกทำเรื่องที่ถูกต้องหรือทำเรื่องดีๆ ทั้งตอนที่อยู่ในบ้าน หรือตอนอยู่กันเยอะๆ ในเครือญาติหรือผู้ใหญ่คนอื่นๆ จะทำให้ลูกรู้สึกดี และมีความนับถือในตัวเองมากขึ้น 6. แสดงความรักให้ลูกเห็นเสมอ ทำให้ลูกเห็นว่าคุณรักลูกมากแบบไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าลูกจะอยู่ในช่วงเวลาที่ดีหรือไม่ดี หรือ อาจทำเรื่องผิดพลาด พยายามทำให้ลูกรู้สึกว่าลูกยังมีคุณอยู่ด้วยเสมอค่ะ 7. สอนให้ลูกรู้จักช่วยงานในบ้าน ให้ลูกช่วยงานบ้านบางอย่าง เช่น เอาขยะไปทิ้ง ทำความสะอาดโต๊ะกินข้าว เด็กๆจะมีความรับผิดชอบมากขึ้น และรู้สึกว่าผู้ใหญ่ไว้ใจให้ทำหน้าที่สำคัญ เด็กๆจะทำได้ดีค่ะ 8. ร่วมดีใจในสิ่งที่ลูกทำได้ อย่างเช่น เมื่อลูกขี่จักยานได้ครั้งแรก เมื่อคุณแสดงความดีใจไปกับลูกด้วย ลูกจะรู้สึกมีความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำได้ค่ะ 9. เป็นแบบอย่างที่ดีและถูกต้องให้กับลูก ไม่ว่าคุณจะสั่งสอนลูกมากแค่ไหน ก็ไม่เท่ากับการที่คุณปฏิบัติให้ลูกเห็น คุณควรเป็นตัวอย่าง เป็นแนวทางที่ดีให้กับลูกด้วยนะคะ

พัฒนาบุคลิกภาพ1

การพัฒนาบุคลิกภาพ เสริมสร้างความมั่นใจ

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันการพัฒนาบุคลิกภาพของตัวเราเองให้ดูดีและเป็นที่ยอมรับของสังคมนั้น เป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเพราะหน้าที่การงาน ความรัก หรือแม้กระทั่งสังคมโดยทั่วไปก็ชอบคนที่ดูดี แต่ การพัฒนาบุคลิกภาพ ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่แค่เพียงการแต่งตัวให้สวยงามเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจิตใจ และอุปนิสัยต่าง ๆ ที่ต้องทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับสภาพสังคม คำว่า “บุคลิกภาพ” หมายถึง คุณลักษณะต่าง ๆ ที่แสดงออกมาทางร่างกาย โดยสะท้อนซึ่งความนึกคิดของคนนั้น ๆ ออกมาโดยอาจจะสร้างความประทับใจหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับการแสดงออกนั้นจะเหมาะสมกับสถานที่และช่วงเวลาหรือไม่ การพัฒนาบุคลิกภาพ การพัฒนาบุคลิกภาพภายนอก คุณสามารถทำได้โดยง่ายเพียงแค่เข้าใจและรู้จักเลือกใช้สิ่งของเสื้อผ้าเครื่องประดับต่าง ๆ ให้เหมาะสม รู้ว่าสถานที่ใดใครใส่อะไร สถานที่ใดไม่ควรใส่อย่างไร รวมถึงการสำรวมคำพูดให้เหมาะสมอยู่เสมอ ด้านการแต่งกาย คุณไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าราคาแสนแพง แต่แต่งกายให้เหมาะสมกับโอกาสในชุดเสื้อผ้าที่สะอาดเรียบร้อยเพียงแค่นี้คุณก็ดูดีได้แล้ว ด้านกิริยาท่าทางการพูด คุณควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของสถานที่ สถานะ และคิดถึงคำพูดที่คุณกำลังพูดออกไป โดยให้นึกเสมอว่า คนที่คุณกำลังจะพูดอยู่นั้นคือตัวคุณอีกคน คุณจะได้พิจารณาได้ว่าคำพูดที่คุณจะพูดนั้นสมควรแก่การพูดหรือไม่ คำพูดจริงใจแต่ผ่านสำนวนแข็งกร้าวก็อาจจะกลายเป็นคำพูดดูถูกแทนการให้กำลังใจได้เช่นเดียวกัน อย่าสักแต่พูดออกไปแต่จงพิจารณาในคำพูดอย่างมีสติเสมอจะช่วยให้การเข้าสังคมของคุณจะมีมิตรมากกว่าศัตรู รูปร่างหน้าตา แม้เป็นส่วนที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แต่ก็สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ การเริ่มต้นดูแลตั้งแต่การกินอยู่บริโภคอาหารอย่างเหมาะสม พักผ่อนและออกกำลังกายอย่างเพียงพอก็จะช่วยให้คุณดูดีขึ้นได้มากเลยทีเดียว ในกรณีที่คุณไม่มีปัญหาเรื่องการเงินคุณอาจจะเข้าสปาและให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลเรื่องผิวพรรณของคุณ ก็จะช่วยให้หน้าตาและผิวพรรณของคุณดูดีและสดใสอยู่ตลอดเวลาเลยทีเดียว บุคลิกภาพภายในจิตใจที่สะท้อนออกผ่านร่างกาย การพัฒนาบุคลิกภาพภายในนั้นทำได้ยากกว่าการพัฒนาบุคลิกภาพภายนอก เพราะเป็นการสั่งสมของจิตใต้สำนึกที่อยู่ภายใน แต่การเปลี่ยนแปลงก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลาและความอดทนและความสม่ำเสมอทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับพฤติกรรมที่เราพิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม อีกวิธีที่ช่วยในการพัฒนาบุคลิกภาพภายในได้มากคือ สภาพแวดล้อม ถ้าเราอยู่ในกลุ่มของคนที่ชอบสูบบุหรี่กินเหล้าคงเป็นการยากที่เราจะไม่สูบบุหรี่หรือกินเหล้าได้ ดังนั้นการเปลี่ยนกลุ่มเพื่อน กลุ่มสังคมที่อยู่อาศัย หรือ สถานที่ทำงาน เป็นกลุ่มที่มีคุณภาพที่ดีขึ้นก็จะช่วยให้การปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพภายในของเราทำได้ง่ายยิ่งขึ้น แม้บุคลิกภาพภายนอกจะเป็นสิ่งที่คนเรามองเห็นเป็นอันดับแรกเสมอ แต่ก็จงอย่าตัดสินใครจากภายนอกเป็นอันขาด จงใช้เวลาของท่านซักนิดเพื่อดูความดีและจิตใจที่งดงามมากกว่าความสวยงามของร่างกาย และการปรับปรุงบุคลิกภาพแต่เพียงภายนอกนั้นเป็นเสมือนเพียงหน้ากาก เสื้อผ้า ของคนเรา หาใช่ตัวตนที่แท้จริงไม่ ดังนั้นการพัฒนาบุคลิกภาพที่แท้จริงคือการยกระดับจิตใจ และ ปัญญาของตัวเองให้สูงขึ้น

มั่นใจในตัวเอง

10 วิธีสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง

การสร้างความมั่นใจในตนเอง เป็นการผสมกันระหว่างความสามารถของตนเองและความภาคภูมิใจในตนเอง และเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญยิ่งของความเป็นมนุษย์ ความสามารถของตนเองเป็นความรู้สึกจากภายใน หรือเป็นความเชื่อที่ว่าตลอดชีวิตของเรา ดังนั้นเราจึงได้นำ 10 วิธีสร้างความมั่นใจให้ตัวเองมาให้ได้ลองทำกัน จะทำอย่างไรบ้างนั้นไปดูกันเลย… 1. ขจัดทัศนคติที่ไม่ดีเกี่ยวกับตัวเองออกไปซะก่อน ลองหาเหตุผลที่ทำให้ความคิดเหล่านั้นดูไม่น่าเชื่อถือ หรือดูไม่เป็นความจริง 2.จงอย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็น เรื่องงาน เรื่องเรียน หรือทักษะต่างๆ เพราะขาดหน้าตาคนเรายังเกิดมาไม่เหมือนกันเลย ทักษะ ความคิด สติปัญญา ก็คงจะยากที่จะเหมือนกัน ทำสิ่งที่คิดว่าทำแล้วดีที่สุดก็จงทำเลย อย่าลังเล 3. ลองพูดคุยถึงเรื่องเพื่อนๆหรือเรื่องความรักให้คนอื่นฟัง ฝึกฝนไปเรื่อยๆทุกๆวัน แบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ต้องกลัวว่าไม่มีคนสนใจจะฟังเรื่องของเรา แค่คิดว่า เราเพียงต้องการแก้ไขปัญหาจากรากคือความไม่กล้าแสดงออก จงหัดที่จะแสดงออกออกมาบ้าง ไม่ช้ามันก็จะค่อยๆดีขึ้นเอง แล้วประสบการณ์จะสอนให้เรารู้ว่า เวลาไหนควรพูดเรื่องอะไร 4. จำไว้ว่าไม่มีใครเหมาะสมหรือดีพร้อมไปซะทุกอย่าง แม้แต่คนที่มั่นใจมากที่สุดเชื่อเถอะว่าต้องมีบางสถานการณ์ในชีวิตที่รู้สึกลังเล แต่จำไว้อย่างหนึ่งว่า คนที่เคยมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมก็สามารถขาดความมั่นใจเอาได้ง่ายๆ คนที่ไม่มีความมั่นใจก็สามารถกลับมาเป้นคนที่มีความมั่นใจได้อีกครั้งเหมือนกัน 5 .ระบุความสามารถของเรา ในด้านที่คิดว่าเด่นกว่าคนอื่นๆ หรือลองพยายามที่จะค้นพบ สิ่งที่คุณเป็นหนึ่งในด้านใดด้านหนึ่ง หรืออาจเน้นที่พรสวรรค์ที่เรามีอยู่แล้ว จงเรียนรู้ที่ จะนำความภาคภูมิใจในตัวเองออกมา ให้เครดิตตัวเองเพื่อความสำเร็จ คุมสติอารมณ์ ทำในสิ่งที่เราสนใจ ศิลปะ ดนตรี หรือ เขียนเพื่อ แสดงออกถึงความเป็นตัวเอง คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความสามารถเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป เราสามารถค้นหาความสามารถเหล่านั่นไปพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น 6. ขอบคุณสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว แม้ว่าบางครั้งมันอาจจะไม่มั่นคง และ ความไม่แน่นอนในตนเอง หรือมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ลองคิดทบทวนความต้องการทางอารมณ์, โชค หรือ เงิน. โดยที่ยอมรับ สิ่งที่คุณมีอยู่สามารถต้องต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองได้ เช่น ความไม่เพอร์เฟก และ ไม่สบอารมณ์หรือไม่พอใจ ต้องมีจิตใจสงบมากกว่าทรัพย์สินทางโลก เพียงแค่เราสามารถควบคุมตัวเองได้ นั่นก็หมายความว่าคุณจะเหนือกว่าคนอื่นหนึ่งก้าวแล้ว 7 .หัดมองโลกในแง่บอกเข้าไว้ แม้ว่าบางครั้งเราอาจจะขัดใจหรือเข้าใจผิดกับคนอื่นแต่ให้เห็นอกเห็นใจผู้อื่นอยู่เสมอ รักคนอื่นเหมือนรักตัวเอง และ พูดในแง่บวกเกี่ยวกับความก้าวหน้าในอนาคตของเราและเมื่อทำเช่นนี้สภาพ จิตใจของเราจะสามารถมองแง่บวกได้ไม่ยาก 8. การยอมรับการคอมเม้นของคนอื่นก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เราปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ลองใช้หัวใจและสมองของเราคิดให้ดีๆว่าสิ่งที่เค้าคอมเม้นเรานั้นเป็นสิ่งที่ถูกหรือไม่ เพราะบางทีเราก็ไม่รู้ตัว อย่าลืมกล่าวคำ”ขอบคุณ”คนที่วิจารณ์เรา และยิ้มอย่างภาคภูมิใจว่า อย่างน้อยเราก็เป็นคนที่มีคนสนใจ 9 .มองผ่านในกระจกและยิ้มให้กับตัวเองดูเพราะว่าตามทฤษฎีแล้วหน้าของเราเป็นสิ่งแรกที่จะแสดงอกว่าเรามีความมั่นใจในตัวเองแค่ไหน ทุกๆครั้งที่สีหน้าเราแสดงออกมันเป็นเหมือนข้อความที่ส่งมาจากสมอง และหากเราฝึกยิ้มอย่างมั่นใจบ่อยๆอาจช่วยให้ความมั่นใจในหัวสมองเราเพิ่มมากขึ้น กระจกสามารถช่วยเพิ่มทักษะในการสื่อสารของเราได้ ลองทำดูซิ 10. แกล้งทำเป็นว่าเรามั่นใจในตัวเองบ่อยๆ ทำให้คนอื่นที่มองมารู้สึกว่า คุณเป็นคนมั่นใจ แล้วตัวเราเองก็จะเชื่อมั่นในตัวเองได้

9 วิธีสร้างความมั่นใจในการทำงาน

9 วิธีสร้างความมั่นใจในการทำงาน ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง

ในชีวิตการทำงาน อาจจะมีบางช่วงที่คุณรู้สึกท้อแท้ ไม่แน่ใจว่า และตั้งคำถามว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ รวมถึงต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ยากจนดูเหมือนว่าเกินกำลัง ต้องพร้อมรับกับความกดดันระดับสูงที่อาจทำให้คุณรู้สึกพร้อมจะแตกออกเป็นเสี่ยง คุณอาจจะคิดถึงการถอยไปตั้งหลัก คุณอาจจะคิดถึงการล้มเลิกไม่เดินหน้าต่อ แต่ถ้าปัจจัยของความก้าวหน้า คือการฟันฝ่าอุปสรรคที่เกิดขึ้นในรายทาง เราลองมาดูกับ 9 วิธีสร้างความมั่นใจในการทำงาน ที่คุณสามารถค่อยๆ ทำ ค่อยๆ บอกตัวเอง จนกว่าสิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็น ‘ตัวตน’ ใหม่ที่มั่นใจของคุณ ยืนตัวตรง เชิดหน้าด้วยความเชื่อมั่น ปลุกพลังในตัวคุณ ด้วยท่าทางที่สบายๆ ยืดอก ตัวตรง ภาษากายคือสิ่งที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันกับสภาพจิตใจและการใช้ชีวิตในภาพรวม แม้ว่าจิตใจจะเป็นตัวกำหนดท่าทางที่เราจะแสดงออกมา แต่ในทางกลับกัน การวางท่าทีให้มีความเชื่อมั่น เชิดหน้า และยืดตัวตรง แม้ว่าข้างในคุณจะไม่ได้รู้สึกแบบนั้นก็ตาม แต่วิธีตอกย้ำการกระทำ ก็จะค่อยๆ ปรับสภาพจิตใจให้มีความสัมพันธ์กันได้ในท้ายที่สุด คิดถึงความสำเร็จที่ผ่านมา อุปสรรคใดๆ ก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับ ‘ตัวของคุณเอง’ การทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้ประสบความสำเร็จอาจจะเป็นเรื่องยาก มีอุปสรรคอยู่มากมายที่รอคอยอยู่ข้างหน้า แต่กระนั้น ทุกสิ่งย่อมมีก้าวแรก ถ้าคุณรู้สึกอ่อนล้า ท้อแท้ ลองลิสท์รายชื่อสิ่งละอันพันละน้อยที่คุณทำได้สำเร็จเสร็จสิ้น อาจจะไม่จำเป็นต้องใหญ่โตหรือพลิกโลก แต่เป็นเรื่องที่คุณรู้สึกดี การได้เห็นความสำเร็จต่างๆ ที่ผ่านเข้ามานั้น จะช่วยตอกย้ำว่าคุณเองก็สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากเพียงใด และช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ ประสานสายตาเวลาพูดคุย ดวงตา คือหน้าต่างของหัวใจ จงประสานสายตาเวลาพูดคุยทุกครั้ง เมื่อดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ การประสานสายตาจึงเป็นเครื่องหมายบ่งบอกถึงความจริงใจ ที่เราแสดงให้อีกฝ่ายรับรู้ว่า เราไม่มีสิ่งใดปิดบัง และเป็นการแสดงถึงความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม การหลบสายตา แม้คุณจะไม่ได้มีนัยอะไรที่สลักสำคัญหรือกระทำไปตามความเคยชิน แต่มันก็ทำให้คู่สนทนารู้สึกอึดอัด และบั่นทอนความน่าเชื่อถือ รวมถึงความมั่นใจที่คุณมีให้กับตัวเองไปในทางหนึ่งด้วย มองในแง่ดีอยู่เสมอ ให้ความหวัง อยู่เหนือความสิ้นหวัง เพื่อยกระดับความมั่นใจให้สูงขึ้น คุณอาจจะได้ยินแนวคิดของเรื่อง ‘น้ำครึ่งแก้ว’ หรือ ‘น้ำเต็มแก้ว’ มาบ่อยๆ แต่คำตอบไหนล่ะที่ถูกต้องที่สุด? อันที่จริงแล้ว ชีวิตเป็นเรื่องของการผสมผสานกันระหว่างด้านดีและด้านลบอยู่เสมอ ซึ่งการมองโลกตามสภาพที่เป็นจริง มองด้วยใจเป็นกลาง อย่างเข้าใจ และเป็นไปในแง่ดี นอกจากจะช่วยให้คุณไม่เหนื่อยล้าจนเกินกว่าที่ควรจะเป็นแล้วนั้น ยังช่วยส่งผลต่อท่าทางที่คุณแสดงออกไปสู่บุคคลภายนอก ไม่ว่าจะด้วยน้ำเสียงหรือภาษากาย ก่อเกิดความรู้สึกที่ดีแก่ผู้พบเห็น ทำตัวให้แจ่มใส ทุกสิ่งมีด้านที่สวยงามอยู่เสมอ มองด้านเหล่านั้น เพื่อปลุกพลังใจให้สู้ต่อไป คุณอาจจะรู้สึกท้อแท้ เหน็ดเหนื่อย ห่อเหี่ยว แม้จะไม่ได้บอกใคร แต่ภาษากายที่แสดงออกมาก็สามารถรับรู้ได้โดยคนรอบข้าง ดังนั้นแล้ว ถ้าเริ่มรู้สึกลบกับตัวเอง ยืดอกเข้าไว้ ทำท่าให้เข้มแข็ง กระฉับกระเฉง หายใจเข้าปอดลึกๆ คุณจะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวเองอย่างน่าประหลาดใจ ฝึกการควบคุมน้ำเสียง เมื่อรู้สึกประหม่า อย่าปล่อยให้อาการคำพูดตายลอยค้างกลางอากาศ การพูดลิ้นพันกันหรือติดอ่าง คือสัญญาณของสภาพจิตใจที่ไม่คงที่ และเป็นสิ่งที่คนอื่นสามารถสัมผัสได้ง่ายที่สุด เพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว คุณอาจจะจำลองสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นไว้ในหัว (เช่น การพูดในที่ชุมชน) แล้วลองฝึกซ้อมหน้ากระจก ทำซ้ำๆ จนกว่าความรู้สึกหวาดกลัวเหล่านั้นจะหายไป ปรับปรุงในท่าทีการวางตัว คนที่มีความมั่นใจ จะมีท่าทีที่พร้อมรับกับทุกสถานการณ์อย่างสุขุม คนที่มีความประหม่าในจิตใจ หลายครั้ง มักจะกลบด้วยอาการของความมั่นใจที่เกินพอดี เช่น พูดเยอะขึ้น หัวเราะเสียงดัง ร่าเริงผิดปกติ เหล่านี้ ไม่ใช่สัญญาณที่น่าพึงปรารถนาแต่ประการใด เพราะคนที่มีความมั่นใจอย่างจริงจัง จะมีความนิ่ง สงบ และมั่นคงแม้จะไม่ได้พูดสิ่งใดออกมาสักประโยคเดียว พยายามปรับปรุงท่าทีการวางตัวควบคู่กับความคิด และพึงระวังการแสดงออกในทางที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การเล่นมุขตลกหยาบโลน หรือล้อเลียนในท่าทางของผู้อื่น ใส่ใจเรื่องการแต่งตัวบ้าง แต่งตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง พร้อมความมั่นใจที่มากกว่าเดิมในสถานการณ์ต่างๆ การแต่งตัวดีช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับคุณในโอกาสต่างๆ ซึ่งคุณก็ควรจะให้ความพิถีพิถันในจุดนี้โดยถี่ถ้วน เช่น การใส่สูทที่ดูดีในยามที่ต้องออกไปพรีเซนต์งาน แต่งตัวให้ภูมิฐานตอนที่ต้องไปรับการสัมภาษณ์ หรือในยามสบายๆ ก็แต่งตัวที่เหมาะสมกับสถานที่และกาลเทศะ คุณจะมั่นใจมากขึ้นเมื่อทุกอย่างสอดรับกันได้อย่างลงตัว ยิ้มพิมพ์ใจ ยิ้มให้กับตัวเอง ยิ้มให้กับโลกรอบข้าง ช่วยสร้างความมั่นใจให้มากขึ้น รอยยิ้มคือสิ่งที่จะตอบสนองต่อผู้พบเห็นในทางบวกอยู่เสมอ ทั้งยังช่วยเพิ่มพลังใจ และเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการยิ้ม จะช่วยสั่งการให้สมองนั้นได้หลั่งสารที่ส่งผลดีต่อจิตใจ ให้รู้สึกสดชื่น และเติมเต็มความมั่นใจ แม้ว่าลึกๆ คุณอาจจะไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นในตอนแรกก็ตาม วิธีการเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะใช้ได้ผลดีสำหรับชีวิตการทำงาน หากแต่ยังสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน ที่จะส่งผลดีให้คุณกลายเป็นคนใหม่ ที่มีความมั่นใจ มีประสิทธิภาพ มีความสุขและประสบความสำเร็จได้ในระยะยาว และถ้าคุณยังรู้สึกว่าทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ตัวเอง ต้องฝืนใจทำแล้วล่ะก็ ขอให้คิดถึงคำๆ หนึ่งที่ว่า ‘ทำไปจนกว่าจะกลายเป็นตัวตน (Fake it, Until you make it)’ แล้วคุณจะประหลาดใจว่ามันให้ผลดีขึ้นอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ…  ที่มา : LinkedIn

7 วิธี สร้างความมั่นใจให้ตัวเองอย่างได้ผล

7 วิธี สร้างความมั่นใจให้ตัวเองอย่างได้ผล

บอกตัวเองว่าเราจะไม่ใช่สาวขี้อายคนเดิมที่นั่งอยู่หลังห้องตลอดเวลาอย่างเดิมอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นคนใหม่ที่บุคลิกดีและมั่นใจในทุกสถานการณ์ ผู้หญิงบางคนก็ช่างโชคดีซะเหลือเกินที่เกิดมาพร้อมความมั่นใจทะลุติดเพดานมาตั้งแต่เด็ก แต่เรานี่ซิ ทำอะไรก็ติดๆ ขัดๆ ไม่กล้าพูดไม่กล้าแสดงความคิดเห็นกับใครเขาหรอก จะคุยกับใครทำไมมันถึงได้ยากเย็นซะขนาดนี้ ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องงาน หรือต้องเข้าสังคมด้วยแล้ว อูยยยย เหงื่อแตกผลัก มือสั่นเป็นจ้าวเข้า ชาตินี้คงจะสำเร็จยากแล้วล่ะ แต่ก็นะ จะมัวแต่คอยหลบตาคนอื่นแบบนี้คงไม่ไหวแน่ งั้นมาดูสารพัดวิธีสร้างความมั่นใจขั้นเทพแล้วลองไปเปลี่ยนตัวเองดูกันดีกว่า 1. หยุดมองตัวเองว่าไม่ดี ไม่เก่ง ไม่เอาไหน ถ้าเรามัวแต่บอกตัวเองทุกวันว่าเราไม่เก่ง เราไม่สวย พูดแล้วคงไม่มีใครฟังแน่นอน แบบนี้มันจะไปเหลือความมั่นใจที่ไหนอีกล่ะ ก่อนอื่นเลยต้องเลิกคิดกับตัวเองในแง่ลบก่อน เพราะความคิดพวกนี้แหละที่จะทำให้เราเกิดอาการไม่มั่นใจ ไม่รักตัวเอง แล้วของแบบนี้บอกเลยว่าคนรอบข้างเขาก็รู้สึกได้นะว่าคุณไม่มั่นใจ คุณต้องหันมามองตัวเองและยอมรับในความเป็นตัวตนของคุณที่ไม่เหมือนใคร บอกตัวเองว่าเรามีค่า เราก็ทำได้ 2. ทำท่าทางให้ดูมั่นใจเข้าไว้ บุคลิกต้องดูดี อกผายไหล่ผึ่ง แต่งตัวเหมาะสมกับโอกาสและสถานที่ ยิ้มแย้ม มองตาคนฟังเวลาต้องพูด อย่าอ้อมแอ้มพูด ต้องพูดให้เสียงดังฟังชัด และมีการแสดงออกว่าเราเปิดรับความคิดเห็นของคนอื่น แค่นี้คนอื่นก็จะมองว่าคุณเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง แล้วตัวคุณเองจะรู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ 3. ถามคำถามเยอะๆ เข้าไว้ ถ้าเราได้เตรียมความพร้อมมาก่อน เราก็จะรู้สึกมั่นใจมากขึ้น วิธีสร้างความมั่นใจทางหนึ่งที่จะช่วยลดความประหม่าลงได้เมื่อต้องเข้าสังคมกับคนกลุ่มใหม่ๆ หรือเพื่อนใหม่ๆ ก็คือเตรียมคำถามปลายเปิดไว้สักสองสามข้อเพื่อชวนคุย (อะไร ที่ไหร่ เมื่อไหร่ อย่างไร ทำไม) โดยส่วนมากแล้วคนส่วนใหญ่มักจะกลัวเมื่อต้องเข้าสังคมใหม่ว่าไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร ไม่มีอะไรจะคุย แต่จริงๆ แล้วมันอยู่ที่การตั้งคำถามให้เหมาะสมเพื่อหาเรื่องคุยกับคนที่เราเพิ่งรู้จัก บางทีอาจพบว่าคุณมีความสนใจหรือมีอะไรที่คล้ายๆ กันก็ได้ เจอแบบนี้คุยถูกคอแน่นอน 4. แต่งตัวอย่างมีสไตล์ เสื้อผ้าทำให้คนดูดีขึ้น ซึ่งเป็นความจริงที่สุดสำหรับวิธีสร้างความมั่นใจ เพราะเสื้อผ้านั้นช่วยสร้างความประทับใจในตัวคุณได้ตั้งแต่แรกเห็น คุณลองสังเกตดูก็ได้นะ ว่าวันไหนที่คุณแต่งตัวดูดี ดูมีระดับ วันนั้นคุณจะรู้สึกได้ถึงความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้นมา คุณจะเดินยืดและมีออร่าของความมั่นใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 5. พูดก่อนเพื่อสร้างความมั่นใจ ถ้าต้องเข้าประชุมแล้วคุณไม่มีอะไรจะพูด ให้คุณพยายามพูดตั้งแต่เนิ่นๆ จะทักทายเพื่อนๆ ร่วมทีมหรือจะชวนคุยเรื่องงานเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้ พอคุณได้พูดออกไปบ้าง แสดงความคิดเห็นออกไปบ้าง ทีนี้มันจะง่ายขึ้นเมื่อคุณต้องร่วมออกความเห็นในที่ประชุม หรือไม่ก็ลองดูวาระการประชุมก่อนเข้าห้อง แล้วเตรียมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานของคุณเข้าไปแชร์ ฝึกพูดมาก่อนก็จะช่วยได้เยอะ นี่ก็เป็นวิธีสร้างความมั่นใจก่อนเข้าห้องประชุมจริงนั่นเอง 6. ฝึกฝนตัวเอง ฝึกให้เก่ง ฝึกให้คุ้นเคยจนชำนาญ วิธีสร้างความมั่นใจอย่างง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณลดอาการประหม่า แล้วต้องฝึกยังไง ต้องทำยังไงล่ะ เอาง่ายๆ ถ้าคุณต้องพรีเซ็นต์งานหรือต้องพูดหน้าชั้น ให้คุณร่างประเด็นที่จะพูดออกมาคร่าวๆ เป็นข้อๆ ก่อนแล้วค่อยฝึกพูดหลายๆ ครั้งจนพูดได้โดยไม่ติดขัด คุณอาจจะฝึกพูดหน้ากระจกตอนอาบน้ำ ลากแฟนมานั่งฟัง หรือจะฝึกพรีเซ็นต์งานกับเจ้าหมาน้อยหรือเจ้าเหมียวที่บ้านก็ยังได้ การฝึกบ่อยๆ ว่าจะพูดอะไรบ้าง และพูดตามลำดับขั้นตอนจะช่วยให้คุณรู้จักเนื้อหาที่จะต้องพูดได้ดีขึ้น เมื่อถึงเวลาที่จะต้องพูดจริงๆ ก็จะคล่องและมั่นใจไปเอง เพราะคุณฝึกมาเป็นร้อยๆ พันๆ รอบแล้วนั่นเอง 7. คิดถึงตอนจบเอาไว้ก่อนเลย มีมั้ยสักนิดที่อยากมีความมั่นใจอย่างพวกพิธีกรในรายการทีวีทั้งหลาย จริงๆ ก็ทำได้ไม่อยากเลยนะ แค่คุณต้องโฟกัสกับผลสำเร็จที่กำลังจะตามมาก็เท่านั้นเอง อย่างเช่นพวกพิธีกรรายการต่างๆ นั้นเขาจะมีสคริปต์ที่เตรียมมาก่อนแล้ว ว่าจะต้องพูดอะไรตอนไหนบ้าง เขาจะรู้ว่าเขาจะต้องสื่ออะไรให้กับคนดูและอยากให้คนดูมีอารมณ์ร่วมแบบไหน คุณก็แค่ลองเอาไปปรับใช้บ้าง ลองดูซิ คุณก็ทำอย่างนั้นได้เหมือนกันนะ