Category: การเข้าสังคม

13 วิธีผูกมิตรใน 1 นาที

13 วิธีผูกมิตรใน 1 นาที/ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

การที่ต้องพบปะผู้คนแปลกหน้าหรือการเข้าสังคมใหม่ๆอาจเป็นสิ่งที่ยากสำหรับคนที่ขี้อาย แต่การเข้าสังคมจะช่วยในเรื่องการเรียนรู้แลกเปลี่ยนมุมมองความคิดที่แปลก ๆ ใหม่ ๆ อีกทั้งธรรมชาติของคนเราไม่มีใครชอบอยู่อย่างโดดเดี่ยว เรามีเพื่อนไว้พูดคุยแก้เหงา ระบายความทุกข์ ขอความช่วยเหลือ เรามีเพื่อนไว้เที่ยวสนุกสนาน ผ่อนคลาย การอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวทำให้รู้สึกเหงา ว้าเหว่ และไม่ดีต่อสุขภาพจิต เทคนิคง่ายๆในการผูกมิตรกับผู้อื่นทำได้ดังนี้ 1. มีความเชื่อมั่นและเริ่มต้นบทสนทนาก่อน ลองมองหาหัวข้อที่น่าสนใจแล้วเริ่มบทสนทนา อาจเริ่มด้วยการคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ วงดนตรียอดนิยม แบบเสื้อผ้า เป็นต้น เช่นวันนี้อากาศร้อนจังนะคะ คุณใส่เสื้อสวยจังไม่ทราบซื้อที่ไหน เป็นต้น 2. คนเรามักตัดสินด้วยการประทับใจครั้งแรก ดังนั้นควรอาบน้ำ แปรงฟันรักษาสุขภาพร่างกายให้สะอาด แต่งตัวให้เหมาะกับกาลเทศะ เพื่อให้คนอื่นประทับใจในเรา เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด 3. อย่าจู้จี้หรือเลือกมากเกินไป คนที่เชยๆไม่ทันสมัย ไม่เป็นดาวเด่น เป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าสังคม เก็บตัว ไม่สวย หรือไม่หล่อ อาจเป็นคนที่จริงใจมากกว่าคนที่ดูจากลักษณะฉาบฉวยภายนอก 4. ยิ้มแย้มแจ่มใส รอยยิ้มเป็นการสร้างสะพานความสัมพันธ์ที่ดี และสร้างความประทับใจในครั้งแรกที่พบ แสดงความเป็นมิตรของเราออกมา จะทำให้คนอื่นเข้าหาเราได้ง่ายขึ้น 5. คิดทางบวก สวยทั้งภายนอกและภายใน รอยยิ้มเป็นสิ่งที่สำคัญแต่ความจริงใจภายในเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า ให้เราคิดทางบวกเพราะนั่นจะทำให้คนที่อยู่รอบข้างสบายใจ ไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อคบกับเรา 6. ผูกความสัมพันธ์ หากเราพบใครสักคนที่คิดว่าเป็นเพื่อนที่ดี ไม่ควรรีรอลังเลใจ ควรขอเบอร์โทรศัพท์ หรือ ที่อยู่ทางอีเมล์ และอย่าลืมที่จะติดต่อกลับไป 7. เปิดใจกว้าง อย่าตัดสินผู้อื่นจากการพบกันครั้งแรก เปิดใจให้กว้างพยายามมองผู้อื่นในแง่ดี แล้วเราจะมีเพื่อนที่หลากหลายเข้ามาจนนับไม่ถ้วนเลยที่เดียว 8. มีอารมณ์ดี สนุกสนาน อย่าเกร็ง เป็นตัวของตัวเอง หัวเราะและยิ้มแย้มแจ่มใส จะช่วยให้เราลืมปัญหา ชวนคุยเรื่องตลกๆจะช่วยให้คลายเครียดได้ 9. อย่ากลัวที่จะคุยกับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคนนั้นไม่มีใครเป็นเพื่อนเลย เพราะมีโอกาสที่เขาจะต้องการเพื่อนด้วยเหมือนกัน 10. พูดคุยอย่างสร้างสรรค์ ไม่ต้องรอให้คนอื่นเข้ามาคุยกับเราก่อน แต่เริ่มเข้าไปพูดคุยก่อน เช่นเมื่อเห็นบางคนนั่งอยู่ลำพังที่โรงอาหาร เริ่มเข้าไปคุยแนะนำตัว เช่น เห็นพี่เรียนอยู่ในชั้นเคมี หรือที่อื่นๆที่เราเคยพบ ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ เป็นต้น 11. ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการเป็นเพื่อนกับเรา ดังนั้นหากเราเข้าไปคุยแล้วได้รับการปฏิเสธ อย่าเสียใจ เพราะยังมีอีกหลายคนที่ยังต้องการเป็นเพื่อนของเรา 12. อย่าเสียโอกาส เพราะโอกาสไม่ได้มาหาเราได้ง่าย แทนที่จะรอว่าจะเริ่มบทสนทนาอย่างไร เราอาจเข้าไปเมื่อเห็นโอกาสที่เหมาะสม เช่นเห็นคนเดินอยู่ในซอยหากจะถามว่าไปไหน ไปทางเดียวกันหรือไม่เป็นต้น 13. มีอารมณ์ขัน คนเราชอบอยู่ใกล้คนที่มีอารมณ์ขัน สนุกสนาน ไม่เครียด ดังนั้นหากเราเป็นคนมีอารมณ์ขัน การผูกมิตรของเรามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว “คนเราทุกคนเกิดมาต้องมีเพื่อน” และการผูกมิตรที่ดี ต้องแสดงจริงใจ เป็นตัวของตัวเอง ยิ้มแย้มแจ่มใส สุภาพ ให้เกียรติผู้อื่น ไม่เป็นคนตลกหยาบโลน ลามก หากทำได้ดังที่ที่กล่าวมาทั้ง 13 ข้อนั้น บางทีเราอาจพบเพื่อนแท้ในเวลาไม่ถึง 1 นาทีก็ได้

เข้าสังคมใหม่อย่างมั่นใจ

เข้าสังคมใหม่อย่างมั่นใจ

เมื่อคุณเริ่มเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัย สิ่งแรกที่คุณจะต้องทำก็คือ การเข้าสังคมและการสร้างเพื่อนใหม่  ซึ่งสองเรื่อนี้อาจเป็นเรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ง่ายสำหรับทุกคน  เพราะสำหรับบางคนมันก็อาจเป็นเรื่องยากเกินกว่าจะจัดการได้  ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นคนชอบเข้าสังคมมากแค่ไหน โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนขี้อายหรือไม่มั่นใจในตัวเอง ถ้าคุณคิดว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องมีเพื่อนก็ได้นั้น ขอให้เลิกคิดเลยค่ะ เพราะว่าในการเรียนมหาวิทยาลัยนั้น เพื่อนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะพวกเขาอาจเป็นคนที่ช่วยคุณทั้งในเรื่องการเรียนและการทำกิจกรรม ดังนั้นแล้วอย่าเพิ่งท้อค่ะ ขอแค่คุณคิดและเริ่มเปลี่ยนแปลง ก้าวแรกของการเรียนในมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ยากเกินไป  ลองมาดูกันค่ะว่าคุณควรทำอย่างไรถึงจะดีทั้งกับตัวคุณและกับคนรอบข้าง อย่าพยายามเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คุณ หมายความว่า จงเป็นอย่างที่คุณเป็น เช่น ถ้าคุณอยากจะพูดกับเพื่อนร่วมห้องแต่คุณก็ไม่มีความมั่นใจพอที่จะทำก็จงอย่าฝืนจนเกินตัว  คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือด้วยการแสร้งทำเป็นคนชอบเข้าสังคมจัดและทักทายทุกคนที่เดินเข้ามา  ขอเพียงแค่คุณพยายามพูดด้วยเรื่องง่ายๆอย่างเช่น “วันนี้อากาศดี” หรือ “คุณสบายดีนะ” ก็เพียงพอแล้ว  และเชื่อได้เลยว่าพวกเขาจะเห็นถึงความพยายามของคุณ และเข้ามาคุยกับคุณเองแน่นอน แสดงความสนใจ ไม่ว่าใครก็ชอบเป็นที่สนใจ (แม้แต่คนขี้อาย) ลองพยายามแสดงความสนใจกับผู้คนรอบตัว เช่น ถ้าคุณไม่กล้าพูดตอบในเรื่องที่เพื่อนร่วมห้องกำลังเล่า  ขอเพียงแค่คุณยิ้มและหัวเราะแสดงความสนใจไปกับเรื่องที่พวกเขาเล่า ก็เพียงพอ  จากนั้นพวกเขาจะสนใจตอบแทนคุณแน่นอน เริ่มต้นด้วยคำถามง่ายๆ ค่อยๆเริ่มพูดคุยกับผู้คนด้วยคำพูดง่ายๆ เช่น เริ่มต้นด้วยคำถามปลายเปิด อย่าง “เป็นอย่างไรบ้าง” และปล่อยให้คนอื่นสานต่อบทสนทนาต่อ ระหว่างนั้นก็พยายามตอบคำถามหรือแสดงความสนใจให้เท่าที่ทำได้ แล้วพวกเขาจะรู้เองว่าคุณพยายามอยู่ คนส่วนใหญ่ชอบกีฬา ลองเริ่มต้นบทสนทนาด้วยกีฬา ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะคนส่วนมากชอบกีฬา  ลองเริ่มด้วยคำทักทายที่ว่า “เฮ้! แมตช์เมื่อคืนของทีม…เป็นยังไงบ้าง”  (แต่ก็ควรระวังด้วยถ้าเขาไม่ได้ชอบทีมนั้นขึ้นมาก็อาจจะพลาดได้) ระมัดระวังในคำพูด บางครั้งคนบางประเภทก็ไม่ชอบให้ลุกล้ำมากเกินไปสำหรับเพื่อนใหม่  ดังนั้นคุณควรจะสร้างความคุ้นเคยหรือพูดคุยเฉพาะเรื่องที่เป็นเรื่องทั่วไปหรือพูดคุยถึงสิ่งที่คล้ายคลึงกันก่อน เช่น “คุณเป็นอย่างไรบ้างวันนี้” หรือ “คุณมาเรียนที่นี่ได้อย่างไร” หรือ “คุณชอบวิชาอะไร” เพื่อที่จะได้หาว่ามีความชอบหรืออะไรที่เหมือนกันหรือไม่ ก่อนที่จะขยับเข้าไปถามหรือพูดคุยอะไรที่เป็นส่วนตัวมากกว่านี้ ให้ความเคารพ คุณควรแสดงออกถึงความเคารพหรือเชื่อถือ ทั้งกับตัวคุณเองและกับคนรอบข้าง  เพราะการได้รับความเคารพ ทั้งในการกระทำและเรื่องความคิด จะทำให้คุณได้รับการยอมรับจากคนรอบตัวได้ดีกว่า การสร้างความโดดเด่นในเรื่องแย่ๆ หรือเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ อย่าเห็นแก่ตัว พยายามเป็นคนใจกว้างเพียงพอที่จะช่วยเหลือคนอื่นๆ แต่ก็อย่าใจกว้างคนเกินไป เพราะถ้าคุณใจกว้างจนเกินเหตุ คุณอาจจะถูกใช้ประโยชน์ได้ ไม่อคติ เลิกยึดติดกับคำว่าอายุ เพราะไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ คุณก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้ทั้งนั้น  แม้แต่คนอายุ 20 กับ 70 ก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้ถ้าคุณคิดจะทำ อย่ากลัวที่จะขอ Facebook ลองเอ่ยปากถามถึงชื่อ Facebook, MySpace, AIM Screen Name, email address หรือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์   เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญมากถ้าคุณมีสิ่งที่สามารถติดต่อกับพวกเขาได้ และอาจจะทำให้การพูดคุยหลังจากนี้เป็นเรื่องง่ายขึ้น พยายามอยู่กับคนที่ดี คุณควรทำความรู้จักและเป็นเพื่อนกับคนที่ดีหรือเข้ากับคุณได้  เหมือนกับสำนวนที่ว่า “คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล” เพราะผู้คนมักจะตัดสินคนจากคนที่อยู่รอบตัว พวกเขาไม่มาสนใจทำความรู้จักกับตัวคุณโดยตรง แต่จะตัดสินคุณจากคนที่คุณอยู่ด้วย ดังนั้นแล้ว ถ้าคนที่อยู่รอบตัวคุณเป็นคนดี คุณก็จะถูกมองว่าดี หรือ ถ้าพวกเขาเป็นคนเจ๋ง คุณก็จะถูกมองว่าเจ๋ง เช่นเดียวกัน